
คาดดัชนีอยู่ระหว่าง 1,350-1,382 จุด
สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบ 1,364 -1,397 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ไม่มากเท่าไหร่นักเพียง 3.5 หมื่นล้านบาท
สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบ 1,364 -1,397 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ไม่มากเท่าไหร่นักเพียง 3.5 หมื่นล้านบาท
ภาพการเคลื่อนไหวของตลาดยังขาดปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจน แม้ว่าจะมีประเด็นความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ แต่ก็อาจส่งผลดีโดยตรงต่อกลุ่มอุตสาหกรรมไม่กี่กลุ่ม เช่น รับเหมาฯ วัสดุ ค้าปลีก อสังหาฯ ฯลฯ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีขนาด Market Cap รวมกันอาจไม่มากเพียงพอที่จะดึง SET Index ให้ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้ โดยระหว่างสัปดาห์ในส่วนกลุ่ม Big Cap อย่างกลุ่มธนาคารกลับโดนแรงขายกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะ 3 ธนาคาร ที่ปล่อยสินเชื่อให้กับ SSI ต้องมีการเพิ่มการตั้งสำรอง หลังจากกรณีที่ SSI ประกาศยุติการผลิตที่ SSI-UK เป็นการชั่วคราว จนต้องนำไปสู่การตั้งสำรองเพิ่มอีก ว่าจะต้องตั้งสำรองเพิ่มจากเดิมรวม 2.15 หมื่นล้านบาท ก็ได้กลายเป็นตัวกดดัน SET Index ในภาพรวมจนต้องแกว่งตัวเชิงลบตลอดทั้งสัปดาห์
สัญญาณลบที่น่าจับตามากๆ ที่จะเป็นความเสี่ยงต่อตลาดในสัปดาห์หน้าก็คือ การเคลื่อนไหวของ Spread ระหว่าง S50Z15-S50U15 ยังคงติดลบกว่า 16 จุด นอกจากจะเป็นระดับที่ต่ำกว่าทางทฤษฎีที่ต้องเป็น +2.3 จุด ยังถือเป็นส่วนต่างระหว่าง S50Z15-S50U15 ที่ติดลบหนักที่สุดนับตั้งแต่ S50Z15 ทำการซื้อขายมา
ซึ่งการปรับลงหนักของ S50Z15 อาจตีความได้ว่านักลงทุนมีมุมมองเชิงลบต่อการเคลื่อนไหวของ SET50 Index ในงวดไตรมาส 4 ปี 2558 จึงได้ทำการเปิดสถานะ Short กันเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นแรงกดดันดัชนี S50Z15 ให้เคลื่อนไหวแย่กว่า S50U15 อย่างต่อเนื่อง หากย้อนกลับไปดูในช่วงปลาย 2 ไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2558 จะพบว่า Spread ระหว่าง Series ไกล-ใกล้ มักจะมีการติดลบหนักช่วงปลายไตรมาส และ SET Index ก็มักจะตอบสนองเชิงลบเสมอ เช่น ช่วงปลายงวดไตรมาสแรก ปี 2558 (24-30 มี.ค. 2558) Spread ระหว่าง S50M15-S50H15 ขยายจาก -7 จุด กลายเป็น -14 จุด ในวันสุดท้าย ช่วงเวลาดังกล่าว SET Index ปรับลงถึง 1% และปลายงวดไตรมาส 2 ปี 2558 (24-29 มิ.ย. 2558) Spread ระหว่าง S50U15-S50M15 ขยายจาก -11 จุด เป็น -25 จุด ในวันสิ้นงวด ดัชนีปรับลงในช่วงเวลาดังกล่าวกว่า 0.5%
สำหรับความคาดหวังการเกิด Window Dressing ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 3 นั้น ฝ่ายวิจัยประเมินว่ามีโอกาสเกิดขึ้นไม่มากนัก เพราะจากสถิติที่ผ่านมาการทำ Window Dressing ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นชัดเจนในช่วงปลายไตรมาส 2 และ 4 ของแต่ละปี (ไตรมาสแรกก็เกิดบ่อยครั้งแต่ไม่มากเท่าไตรมาส 2 และ 4) ในทางตรงกันข้าม Window Dressing กลับไม่ปรากฏชัดเจนในงวดไตรมาส 3 โดยดูได้จากการเคลื่อนไหวของ SET Index 5 ปีหลังสุด (2553-2557) เมื่อพิจารณาในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนสิ้นไตรมาส 3 ดัชนีปรับขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวเพียง 2 ครั้ง จากใน 5 ปีเท่านั้น หรือคิดเป็นความน่าจะเป็นเพียง 40% โดยผลตอบแทนเฉลี่ยของ SET ใน 1 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 3 จะอยู่ที่ -0.89%
ขณะที่สถานะซื้อขายสุทธิของนักลงทุนทั้งของนักลงทุนต่างขาติและสถาบันในประเทศ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.ย. ใน 5 ปีที่ผ่านมานั้น พบว่านักลงทุนทั้งสองกลุ่มมีการซื้อสุทธิเพียง 2 จากใน 5 ปีหลังสุด หรืออาจกล่าวได้ว่า โอกาสที่จะซื้อสุทธิมีเพียง 40% เท่ากันทั้งคู่ เหล่านี้จึงทำให้สรุปได้ว่า โอกาสการเกิด Window Dressing ในปลายไตรมาส 3 มีความเป็นได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับไตรมาสอื่นๆ
ปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ จะมีทั้งปัจจัยในประเทศ การรายงานตัวเลขส่งออกเดือน ส.ค. คาดว่ากระทรวงพาณิชย์ จะประกาศในวันที่ 28 ก.ย. 2558 โดยตลาดคาดไว้ว่าจะ -2.8% yoy (ตัวเลขส่งออกเดือน ก.ค. 2558 -3.56% yoy เป็นการติดลบ 7 เดือนติดต่อกัน) ส่วนปัจจัยต่างประเทศ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญๆ ไล่ตั้งแต่ 29 ก.ย. ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ 30 ก.ย. CPI ของกลุ่มยูโรโซน และ PMI ภาคการผลิตของจีน 1 ต.ค. PMI ภาคการผลิตของสหรัฐ และ 2 ต.ค. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานของสหรัฐ
ประเมินการเคลื่อนไหวของ SET Index ในสัปดาห์นี้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 1,350-1,382 จุด







