
โอกาสในกัมพูชา
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนจีนได้ออกไปลงทุนประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) เนื่องจากรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนทั้งภาษีและการเงิน เช่นเดียวกับกลุ่มทุนใหญ่จากจีนที่ได้รับสัมปทานที่ดินเพื่อเศรษฐกิจ Dara Sakor จากรัฐบาลกัมพูชา ขนาด 3,600 ตารางกิโลเมตร เป็นระยะเวลา 99 ปี บนเกาะกง
ทั้งนี้ กลุ่มทุนจีนดังกล่าววางแผนที่จะพัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็น “ฮ่องกงแห่งที่ 2” โดยเตรียมพัฒนาให้มีสาธารณูปโภคครบครัน ทั้งโครงข่ายถนน สนามบินสากล ท่าเรือสำหรับจอดเรือสำราญ คอนโดมิเนียม โรงแรม โรงพยาบาล สนามกอล์ฟและแหล่งกาสิโน
ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมาก เริ่มมีการลงทุนสร้างถนน 4 เลน ยาว 64 กิโลเมตร จากถนนสายหลักไปยังริมชายฝั่งทะเล และยังเตรียมสร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่อีก 2 แห่ง พร้อมกับเขื่อนขนาดใหญ่บนพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
พื้นที่ดังกล่าวนอกจากจะมีทรัพยากรทางทะเลอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลของกัมพูชา ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ให้จีน เพราะเป็นทางออกทางทะเลที่สำคัญ ทำให้จีนสามารถเข้าถึงอ่าวไทยและใกล้กับหมู่เกาะทะเลจีนใต้
คงไม่แปลกที่ “อภิมหาโปรเจกต์” นี้ย่อมส่งผลสะเทือนถึงประเทศไทยด้วย เนื่องจากมีพื้นที่อยู่ใกล้กับชายแดนไทยที่จุดผ่านแดนบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด สามารถเดินทางเชื่อมจากไทยเข้าไปยังเกาะกงได้ผ่านถนนสาย 48 หรือที่เรียกกันว่า R-10 (R10 Southern Coastal Corridor Road Project) ที่อำเภอสแออัมเปิล และยังเชื่อมกับถนนสาย 4 (พนมเปญ-สีหนุวิลล์) หากเลี้ยวขวาจะไปสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองท่าส่งออก และหากแยกไปทางซ้ายจะเข้าไปสู่จังหวัดกัมปอดที เมืองชายแดนติดกับตอนใต้ของเวียดนาม (โฮจิมินห์) อีกด้วย
ทำให้เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะส่งออกสินค้าเข้าไปยังกัมพูชาได้เพิ่มมากขึ้น เพราะเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่เหล่านี้จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อของกัมพูชาให้เพิ่มสูงขึ้น เมื่อเศรษฐกิจดี กำลังซื้อเพิ่ม ย่อมหมายความว่าการบริโภคย่อมเพิ่มสูงขึ้นตามมา ซึ่งสินค้าไทยค่อนข้างเป็นที่นิยมและยอมรับในเรื่องคุณภาพดีจากคนกัมพูชาอยู่แล้ว
ลำพังแค่ผู้ประกอบการไทยส่งออกอาหารและวัสดุก่อสร้างเข้าไปป้อนในโครงการ “ฮ่องกง 2” นี้ให้พอ ก็น่าจะช่วยเพิ่มยอดส่งออกของไทยในกัมพูชาให้สูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ทว่าที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยยังมองข้ามโอกาสนี้ไป







