
เปิดคลัสเตอร์ ‘ดาวรุ่ง’ เว้นภาษีอีก 3 ปี-เพิ่มสิทธิประโยชน์
ในที่สุดที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วานนี้ (16 ก.ย.)
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์
ในที่สุดที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วานนี้ (16 ก.ย.) มีมติเห็นชอบนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบ “คลัสเตอร์” ใน 6 คลัสเตอร์ และจะเสนอมาตรการเพิ่มสิทธิประโยชน์เป็นกรณีพิเศษให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาวันที่ 22 ก.ย.นี้
“การส่งเสริมการลงทุนแบบคลัสเตอร์จะอยู่บนพื้นฐานการกระจุกตัวของ ‘กิจการเป้าหมาย’ ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมเชิงยุทธศาสตร์ โดยจะเชื่อมโยงการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีอุตสาหกรรมสนับสนุน เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจท้องถิ่น เช่น จ้างงานหรือใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น เชื่อมโยงกับเอสเอ็มอีในท้องถิ่น และกำหนดศูนย์กลางพื้นที่การขับเคลื่อน เช่น คลัสเตอร์ดิจิทัล ได้แก่ ภูเก็ต และ เชียงใหม่” อรรชกา
สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม ระบุ
หิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ ระบุว่า มาตรการส่งเสริมการลงทุนแบบคลัสเตอร์ รัฐบาลจะให้สิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ สูงกว่าที่ให้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งสิทธิประโยชน์ด้านการคลัง และมาตรการส่งเสริมเพิ่มเติมจากหน่วยงานต่างๆ
“หากมีการประกาศมาตรการส่งเสริมแบบคลัสเตอร์แล้ว โครงสร้างหน้าตาหรือประเภทอุตสาหกรรมอาจจะไม่แตกต่างไปจากปัจจุบันนัก แต่จะเป็นอุตสาห กรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และมีการใช้การวิจัยและพัฒนาที่สูงขึ้น” หิรัญญา กล่าว
สำหรับกิจการที่อยู่ในข่ายได้รับการส่งเสริมเป็น “พิเศษ” จะต้องเป็นคลัสเตอร์เป้าหมายที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ 1.กลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์ 3 อุตสาหกรรม และลงทุนใน 7 จังหวัด คือ อยุธยา ปทุมธานี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และนครราชสีมา
ประกอบด้วย คลัสเตอร์ยานยนต์และชิ้นส่วนฯ เช่น การขึ้นรูปชิ้นส่วนเครื่องยนต์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบตั้งแต่ 248 ซีซีขึ้นไป การขึ้นรูปชิ้นส่วนเครื่องยนต์รถยนต์ การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ระบบความปลอกภัยและประหยัดพลังงาน อุปกรณ์สำหรับรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น
คลัสเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์โทรคมนาคม เช่น การออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีสูง อาทิ อุปกรณ์โทรคมนาคม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเครื่องมือแพทย์/ยานยนต์/งานอุตสาหกรรม ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และโซลิดสเตทไดรฟ์ (SSD) อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนฯ ที่ใช้เทคโนโลยีสูง เป็นต้น
และคลัสเตอร์ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ พลาสติก/เคมีภัณฑ์ชีวภาพ ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ และบรรจุภัณฑ์เคลือบพลาสติกชีวภาพ
2.กลุ่มคลัสเตอร์อื่นๆ อีก 3 อุตสาหกรรม ประกอบด้วย คลัสเตอร์ดิจิทัล ซึ่งลงทุนในพื้นที่ 2 จังหวัด คือ เชียงใหม่ และภูเก็ต และในกิจการเป้าหมาย เช่น Enterprise Software, Digital Content, Embedded Software กลุ่มคลาวด์เซอร์วิส, ดาต้า เซ็นเตอร์, ซอฟต์แวร์พาร์ค, แอนิเมชั่นและมูวี่ทาวน์
คลัสเตอร์อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ที่ลงทุนใน 17 จังหวัดเป้าหมายในแต่ละภาค ในกิจการเป้าหมาย เช่น การปรับปรุงพันธ์ุพืชและพันธ์ุสัตว์ กิจการเทคโนโลยีชีวภาพ สารสกัด/ผลิตภัณฑ์สารสกัด สารออกฤทธิ์ อาหารทางการแพทย์ การคัดคุณภาพ บรรจุเก็บรักษาพืชผัก ผลไม้หรือดอกไม้ที่ใช้เทคโนโลยีสูง ศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์จากยางพารา เป็นต้น
และคลัสเตอร์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ที่ลงทุนในพื้นที่เป้าหมาย 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว และลงทุนในกิจการ เช่น การผลิตเส้นใยที่มีคุณสมบัติพิเศษ การผลิตเส้นใยรีไซเคิล ผลิตด้ายหรือผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ การด้ายหรือผ้าที่ต้องมีการออกแบบหรือวิจัยพัฒนา เป็นต้น
ทั้งนี้ กลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์ และคลัสเตอร์อื่นๆจะได้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม คือ นำค่าใช้จ่ายการวิจัยพัฒนามาลดหย่อนภาษีได้ถึง 200% นำค่าใช้จ่ายด้านอบรมบุคลากรมาลดหย่อนภาษีได้ 150% และได้สิทธิการยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มเติมอีก 1-3 ปีแล้วแต่ความเหมาะสม (Merit-based Incentives) และการให้ถิ่นที่อยู่ถาวร เป็นต้น
จากปัจจุบันที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่เกิน 8 ปี ลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% เพิ่มเติม5 ปี ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่อง ได้กรรมสิทธิ์ถือครองที่ดิน และนำค่าใช้จ่ายการวิจัยและพัฒนามาลดหย่อนภาษีได้ตามสัดส่วนเงินลงทุน
แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัยที่อยู่ในคลัสเตอร์ เพื่อพัฒนาบุคลากรและยกระดับเทคโนโลยี รวมทั้งต้องยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนภายในปี 2559
จึงต้องติดตามว่านโยบายส่งเสริมการลงทุนแบบคลัสเตอร์จะประสบความสำเร็จเพียงใด







