
เศรษฐกิจพิเศษ... เป้าหมายต้องชัด
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
กระแสเศรษฐกิจพิเศษกำลังมาแรง รัฐบาลประกาศเป็นนโยบายและเดินหน้าเต็มที่ ขนาดนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ อ.แม่สอด เพื่อกระตุ้นหน่วยงานรัฐขับเคลื่อนเต็มสูบ
เขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ใช่ของใหม่ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยในอดีตได้เคยขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.แม่สอด มาก่อนหน้านี้ แต่ไปไม่ถึงไหน เพราะนโยบายไม่ชัดและไม่สนองตอบต่อความต้องการของนักลงทุน จึงคาราคาซังจนถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำมาปัดฝุ่นยกเครื่องขึ้นมาใหม่
อันที่จริงต้นแบบของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประเทศจีนสมัยเพิ่งเริ่มเปิดประเทศได้นำมาใช้ผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้พ้นจากความยากจน โดยเปิดเมืองเสิ่นเจิ้นและกว่างโจวให้เป็นเขตเศรษฐกิจนำร่อง โดยให้สิทธิประโยชน์นักลงทุนต่างชาติแบบไม่อั้น
เศรษฐกิจพิเศษของจีนประสบความสำเร็จ เพราะมีแรงงานจำนวนมหาศาลและค่าจ้างถูก ค่าเช่าที่ดินไม่แพง แถมให้ประโยชน์นักลงทุนเต็มที่ พร้อมกับสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งถนน ท่าเรือ สนามบิน เข้าไปเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจใหม่
กรณีประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศเวียดนามก็ใช้แนวทางเดียวกับประเทศจีน ด้วยการนำยุทธศาสตร์เขตเศรษฐกิจพิเศษ ขณะเดียวกันประเทศกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา ต่างมีการเปิดพื้นที่ซึ่งยากจนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษมาก่อนไทยนับเป็นสิบปี มีทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบ๋าวในเวียดนาม เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวันเซโน และแดนสวรรค์ในประเทศ สปป.ลาว และเขตเศรษฐกิจพิเศษผาอาง และที่เมืองเมียวดี
ประเทศเหล่านี้มีค่าจ้างที่ต่ำกว่าไทย และให้ผลประโยชน์ทางภาษีไม่น้อยกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีความแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเรามีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมีอุตสาหกรรมครอบคลุมทุกจังหวัด ขณะเดียวกันไทยมีจุดอ่อนตรงที่แรงงานขาดแคลนแถมมีต้นทุนค่าจ้างที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และที่ดินต่างถูกจับจองปั่นราคาจนสูงลิ่วไม่คุ้มต่อการลงทุน
การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษต้องมีนโยบายที่ชัดเจนว่าต้องการอะไร เช่น เพิ่มการลงทุนไปในจังหวัดที่ยากจนห่างไกลความเจริญ หรือต้องการแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน ก็ต้องปลดล็อกผลักดันให้มีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านแบบเช้ามาเย็นกลับ
เรื่องอัตราค่าจ้างก็ควรเป็นอัตราลอยตัว หากยังกั๊กครึ่งๆ กลางๆ ก็ยากที่จะทำให้นักลงทุนสนใจ
นอกจากนี้ ควรผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษต้นแบบ เช่น ที่ จ.ตาก แต่ต้องตอบโจทย์ว่า การเปิดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแบบพื้นที่กว้างครอบคลุม 14 ตำบล ทั้ง อ.แม่สอด พบพระ และแม่ละมาด จะมีวิธีบริหารจัดการกันอย่างไร
เพราะภาษีเงินได้เอสเอ็มอีลดครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 10 ปี น่าจะจูงใจให้เข้าไปลงทุน
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ก่อนหน้านี้กว่า 300 ราย รวมทั้งธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่ควรจะได้รับสิทธิประโยชน์แบบยกแผง มิฉะนั้นผลประโยชน์จะตกไปอยู่กับนายทุนนอกพื้นที่
การขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเรื่องดี แต่อย่าลืมจังหวัดที่อยู่ขอบนอกพื้นที่ การพัฒนาจะดูแลกันอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างและเกิดการเหลื่อมล้ำ ในอนาคตหลายจังหวัดคงผลักดันขอให้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษกันทั้งประเทศ...แล้วจะพิเศษกันตรงไหนครับ







