
TTAเตรียมเงิน2หมื่นล้าน พร้อมช็อปกิจการกระจาย
“โทรีเซนไทยฯ” มีเงินสด 1 หมื่นล้าน กู้อีกเท่าตัวพร้อมซื้อกิจการต่อยอดธุรกิจ
“โทรีเซนไทยฯ” มีเงินสด 1 หมื่นล้าน กู้อีกเท่าตัวพร้อมซื้อกิจการต่อยอดธุรกิจ
นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมีเงินสดในมือกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนและเข้าซื้อกิจการที่ดี โดยไม่จำกัดเฉพาะธุรกิจเดินเรือ TTA ให้ความสนใจในหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ คาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุน 10%
“เฉพาะส่วนทุนมีอยู่ 1 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมเงินกู้โดยปกติจะกู้ในอัตรา 1 เท่า หรือเท่ากับว่าบริษัทมีเงินทุนรวมกันไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนและซื้อกิจการหนุนการเติบโตในอนาคต” นายเฉลิมชัย กล่าว
สำหรับสาเหตุที่ทาง TTA ให้ความสำคัญกับการลงทุนในปัจจุบันเพราะภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กลายเป็นโอกาสของบริษัทในการซื้อกิจการในระดับราคาที่ดี และไม่จำกัดแต่ธุรกิจเดิม แต่เปิดโอกาสในหลายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในเออีซี
ล่าสุด TTA อยู่ระหว่างการเข้าสำรวจกิจการ (ดิวดิลิเจนต์) ธุรกิจบำบัดน้ำเสียในประเทศเมียนมาคาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้
นอกจากนี้อยู่ระหว่างการศึกษาลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทนทุกรูปแบบทั้งในและต่างประเทศ ในรูปแบบการซื้อกิจการและลงทุนเอง เพราะมองว่าธุรกิจดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนในระดับสูงและระยะยาว
ทั้งนี้ การซื้อกิจการจะเป็นส่วนหนึ่งเสริมการเติบโตของบริษัทเพื่อให้บรรลุเป้าหมายติดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่ถูกคำนวณใน SET50 โดยเร็วที่สุด ซึ่งตามแผนเดิมบริษัทคาดหวังว่าจะติด SET50 ให้ได้ภายในปี 2560 แต่ขณะนี้ได้เลื่อนเป้าหมายออกไปเป็นปี 2563 เนื่องจากธุรกิจหลักของ TTA เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดินเรือและน้ำมัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ทำให้กลุ่มหุ้นไม่น่าสนใจในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้หากพิจารณาเฉพาะกิจการ TTA ถือว่าเป็นบริษัทที่น่าสนใจ
นายเฉลิมชัย กล่าวว่า โดยภาพรวมผลประกอบการของทั้งปี 2558 นี้ บริษัทพยายามจะทำกำไรให้ได้ แม้ว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกจะออกมาไม่ดีนัก แสดงผลขาดทุน 152 ล้านบาท
อย่างไรก็ดีในช่วงครึ่งหลังของปีนี้คาดว่าค่าระวางเรือจะสูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 9,000 เหรียญสหรัฐ/วัน/ลำ สูงกว่าจุดคุ้มทุนที่ระดับประมาณ 8,500 เหรียญสหรัฐ/วัน/ลำ จากช่วงต้นปีที่ลดลงไปต่ำกว่า 6,000 เหรียญสหรัฐ/วัน/ลำ ทำให้ภาพรวมดีขึ้น
ขณะที่กลุ่มธุรกิจให้บริการด้านวิศวกรรมใต้ทะเลในแหล่งขุดเจาะน้ำมันก๊าซธรรมชาติยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ธุรกิจน้ำผลไม้ในประเทศจีนมีรายได้ค่อนข้างดี







