
งัดแผนฟื้นราชประสงค์ ดึงใช้จ่ายวันละ4แสนคน
เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว สำหรับธุรกิจในย่านแยกราชประสงค์หลังจากเกิดเหตุรอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ ใกล้ศาลพระพรหมเอราวัณ เมื่อค่ำวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจในย่านแยกราชประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีก โรงแรม และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบไปแบบเต็มๆ เนื่องจากคนไทยและนักท่องเที่ยวยังคงหวาดกลัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นได้จากจำนวนลูกค้าคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการโรงแรมและศูนย์การค้าในย่านราชประสงค์ปรับลดลงแบบทันตา
เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว สำหรับธุรกิจในย่านแยกราชประสงค์หลังจากเกิดเหตุรอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ ใกล้ศาลพระพรหมเอราวัณ เมื่อค่ำวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจในย่านแยกราชประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีก โรงแรม และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบไปแบบเต็มๆ เนื่องจากคนไทยและนักท่องเที่ยวยังคงหวาดกลัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นได้จากจำนวนลูกค้าคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการโรงแรมและศูนย์การค้าในย่านราชประสงค์ปรับลดลงแบบทันตา
ชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ หรืออาร์เอสทีเอ กล่าวว่า สัปดาห์แรกหลังจากเกิดเหตุระเบิด ภาพรวมของจำนวนนักท่องเที่ยวและคนไทยที่เข้ามาใช้บริการย่านราชประสงค์ปรับตัวลดลงไปประมาณ 30% เช่นเดียวกับธุรกิจโรงแรมในย่านราชประสงค์ที่อัตราการเข้าพักมีการปรับตัวลดลงไปประมาณ 30% ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกในย่านราชประสงค์ปรับตัวลดลงไปประมาณ 40%
อย่างไรก็ดี หลังจากทุกอย่างเริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้ามาในย่านราชประสงค์ และปัจจุบันในส่วนของธุรกิจโรงแรม มีอัตราการเข้าพักเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เช่นเดียวกับธุรกิจค้าปลีก แต่ในส่วนของการจับจ่ายใช้สอยยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของไทยอยู่ในภาวะชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติเองก็ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบเศรษฐกิจโลก จึงทำให้การจับจ่ายใช้สอยยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ธุรกิจค้าปลีกในย่านราชประสงค์ ถือเป็นธุรกิจที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว
ชาย กล่าวต่อไปว่า จำนวนคนที่เข้ามาในย่านราชประสงค์ตอนนี้ถือว่ากลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ในด้านของกำลังซื้อยังไม่ปกติ เนื่องจากมีหลายเหตุการณ์เกิดในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกต้องออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายและทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อหมุนสต๊อกสินค้าให้เร็วและมียอดขายที่เพิ่มขึ้น
จากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ในส่วนของอาร์เอสทีเอก็มีแผนที่จะจับมือร่วมกับพันธมิตรเพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมการขายไปจนถึงสิ้นปี โดยในเบื้องต้นช่วงเดือน ต.ค.จะมีการจัดเทศกาลอาหารนานาชาติ ขณะที่เดือน พ.ย.จะมีการจัดเทศกาลลานเบียร์ จัดงานฉลองวันเกิดพระพรหม และงานไลต์ เฟสติวัล ส่วนเดือน ธ.ค.ก็จะมีการจัดงานวันที่ 5 ธ.ค. งานคริสต์มาส และงานเคาต์ดาวน์
ทั้งนี้ ในส่วนของงานไลต์ เฟสติวัล ปีนี้ได้จับมือร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือกับอัมสเตอร์ดัม ไลต์ เฟสติวัล จัดงานไลต์ เฟสติวัลระดับโลก บริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดงานเมกะอีเวนต์
ชาย กล่าวอีกว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในช่วงไฮซีซั่นนี้ ในปลายเดือน ก.ย.นี้ ทางสมาคมจะเข้าไปหารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้กับย่านราชประสงค์ เพราะจากการพูดคุยกับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวยุโรป ส่วนใหญ่ไม่กังวลกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นบริเวณแยกราชประสงค์ เนื่องจากในกลุ่มประเทศยุโรปก็มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต่างชาติเป็นห่วงคือ มาตรฐานรักษาความปลอดภัยระดับสากล และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและคนไทยที่เข้ามาในย่านราชประสงค์ ขณะนี้อาร์เอสทีเอได้เริ่มทยอยเปลี่ยนกล้องวงจรปิด 74 ตัวโดยรอบย่านราชประสงค์ เป็นระบบความคมชัดสูง 4เค เพื่อให้สามารถจับใบหน้าคนร้ายได้ชัดเจนมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ก็มีแผนที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยงอีกหลายจุด ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับหน่วยข่าวกรอง การตรวจสอบป้องกันความปลอดภัยผ่านกล้องวงจรปิด กระถางต้นไม้ ถังขยะ และจุดอับ รวมไปถึงการวางกำลังคนให้มีความเหมาะสม เพื่อดูแลด้านความปลอดภัย และการจัดระเบียบทางเท้า ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะเกิดขึ้นหลังจากทางอาร์เอสทีเอ ได้เข้าไปร่วมหารือกับ กทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากแนวทางการดำเนินงานต่างๆ ที่วางไว้ ทางอาร์เอสทีเอเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวและคนไทยที่เข้ามาในย่านราชประสงค์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเฉลี่ยที่ 4 แสนคน/วัน ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน และจากกิจกรรมและแคมเปญต่างๆ ที่เตรียมจัดขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยเฉพาะงานเคาต์ดาวน์ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ธ.ค. คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวภายในย่านราชประสงค์เพิ่มขึ้นจากปกติกว่า 1 เท่าตัว หรือประมาณ 8 แสนคน ส่วนนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานเคาต์ดาวน์คาดมีไม่ต่ำกว่า 3 แสนคนแน่







