posttoday
ฟลาวเวอร์ ฟอร์ ดรีม ความสำเร็จที่กำหนดเองได้

ฟลาวเวอร์ ฟอร์ ดรีม ความสำเร็จที่กำหนดเองได้

09 กันยายน 2558

โดย...ณัฐนิชา โพธิ์นางดำ

โดย...ณัฐนิชา โพธิ์นางดำ

การเริ่มต้นธุรกิจอาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน การกลัวว่าต้องเผชิญกับปัญหา รวมทั้งความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจ แม้แต่สำหรับสตีเวน ไดมี่ ผู้ก่อตั้งร้านดอกไม้“ฟลาวเวอร์ ฟอร์ ดรีม” แห่งเมืองชิคาโก ในสหรัฐ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ไดมี่ มาพร้อมกับความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์งานและพร้อมเผชิญกับปัญหาทุกรูปแบบ

ไดมี่ได้ให้สัมภาษณ์ไว้กับพราซูท สื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์แห่งหนึ่งของชิคาโก โดยเล่าถึงเหตุการณ์ที่นำตนเข้าสู่เส้นทางนักธุรกิจไว้อย่างน่าสนใจ ไดมี่เริมทำธุรกิจตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย โดยเริ่มจากทำธุรกิจขายดอกไม้ตามเทศกาล ซึ่งนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นในการหาเงินระหว่างเรียนภาคฤดูร้อน

“ผมได้แนวความคิดมาจากเพื่อนคู่หูในบอสตัน ที่ขายดอกไม้อยู่ภายนอกพิธีสำเร็จการศึกษา พวกเราซื้อดอกไม้มาในราคา 5 เหรียญสหรัฐ (ราว 180 บาท) และขายไปในราคา 30-40 เหรียญสหรัฐ (ราว 1,080-1,440 บาท) ผมคิดว่ามันเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นผมจึงนำแนวความคิดนี้มาใช้ที่เมืองชิคาโกแห่งนี้” ไดมี่ เล่า

ในช่วงฤดูร้อนนั้น ไดมี่และเพื่อนเริ่มเรียนรู้ถึงช่องทางในการหาซื้อดอกไม้ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อผ่านหน้าร้านในชิคาโก หรือผ่านระบบออนไลน์

หลังจากนั้นไม่นานไดมี่และเพื่อนได้ก่อตั้งธุรกิจที่ชื่อว่า “เลกชอร์ โรส” ขึ้น ซึ่งทำให้แทนที่จะต้องเร่ขายดอกไม้อยู่ภายนอกพิธีสำเร็จการศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาต ไดมี่สามารถมีซุ้มขายดอกไม้อยู่ภายในพิธีรับปริญญา

อีกทั้งยังนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการคืนกำไรสู่สังคม โดยรายได้จากการขายดอกไม้ทุกช่อถูกนำไปซื้อเป้สะพายหลัง รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนเพื่อบริจาคให้กับนักเรียนในท้องถิ่นที่ขาดแคลน

เมื่ออายุได้ 24 ปี ไดมี่และโจจึงเริ่มก่อตั้งร้าน “ฟลาวเวอร์ ฟอร์ ดรีม” ขึ้น ซึ่งเป็นร้านขายดอกไม้ทำมือของท้องถิ่นที่ขายในราคาเป็นกลางและยุติธรรม พร้อมกับค่าจัดส่งฟรี กล่าวได้ว่าดอกไม้ที่วางขายไม่ได้เป็นสิ่งที่ราคาถูก แต่เป็นราคาที่เหมาะสม ซึ่งราคาเริ่มต้นและแพงที่สุดของดอกไม้อยู่ที่ 35 เหรียญสหรัฐ (ราว 1,260 บาท) ผลกำไรจากดอกไม้ทุกช่อได้บริจาคให้กับองค์กรการกุศลท้องถิ่นในชิคาโก ซึ่งนั่นถือเป็นสิ่งพิเศษในการขายของร้าน “ฟลาวเวอร์ ฟอร์ ดรีม”

อย่างไรก็ตาม หลายคนมักคิดว่าไดมี่และเพื่อนสามารถลดต้นทุนได้ เพราะไม่มีหน้าร้าน ซึ่งนั่นก็ถือเป็นส่วนหนึ่ง แต่ความจริงแล้วไดมี่และเพื่อนมีปัญหาที่ต้องเผชิญอยู่คือการร่วมกันคิดหาทางที่จะจำกัดจำนวนดอกไม้ที่ขายไม่ทันและเน่าเสีย โดยอัตราเฉลี่ยของดอกไม้ที่เน่าเสียของร้านคิดเป็น 35% ซึ่งปัญหานี้นับว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่จะนำมาใช้พิจารณาในการขึ้นราคา แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อปัญหานี้เป็นบ่อเกิดของความเจ็บปวดที่ธุรกิจร้านดอกไม้ต้องเผชิญ

หลังจากนั้นไดมี่และเพื่อนจึงได้ร่วมกันหาทางออก โดยไดมี่เล่าว่า “พวกเราคิดว่าอะไรเป็นวิธีการที่ดีที่จะใช้ในการจัดการกับเรื่องนี้ ทั้งที่พวกเราไม่เคยมีร้านขายดอกไม้มาก่อน ไม่เคยแม้แต่จะจัดช่อดอกไม้ และไม่เคยมีแม้กระทั่งกระเป๋าสัมภาระ แต่พวกเรามาที่นี่พร้อมกับการสร้างสรรค์ บวกกับการจัดการที่แตกต่างอย่างสมบูรณ์ และนั่นคือสิ่งที่เราปฏิบัติ”

ไดมี่และเพื่อนได้เสนอรายการทางเลือกร่วมกัน ซึ่งมีถึง 6 ทางเลือก รวมไปถึงดอกไม้ที่ระบุอยู่ในข้อเสนอเหล่านั้นต่างมีความหลากหลาย นอกจากนี้ยังเป็นการรักษาค่าใช้จ่ายให้น้อยลงและทำให้รักษาสินค้าที่เน่าเสียไว้ได้ ไดมี่และเพื่อนสามารถหาซื้อดอกไม้ในตลาดท้องถิ่นได้ในทุกๆ วัน ทุกเช้า หนึ่งในนักออกแบบของร้านจะออกไปที่ตลาดเพื่อคัดสรรวัตถุดิบ พร้อมกับการที่ร้านกำลังจะมีแหล่งซื้อสินค้าขนาดใหญ่

ปัจจุบันร้าน “ฟลาวเวอร์ ฟอร์ ดรีม” สร้างสรรค์ช่อดอกไม้ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวันเพื่อส่งตรงถึงลูกค้า โดยใส่ใจในทุกรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นแหล่งจัดหาดอกไม้ การสร้างสรรค์ รวมไปถึงการจัดส่งเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการบริการที่ลูกค้าต้องประทับใจ

“จินตนาการในการเริ่มต้นทำร้านดอกไม้มาจากพื้นฐานของครอบครัว มันอาจเป็นเรื่องที่ดูตลกในตอนแรก แต่ผมเชื่อว่า ถ้าคุณมีความอดทนในเวลาที่ยากลำบาก สิ่งที่เหลือจากนั้นคือความพยายาม ความเก่ง และเหนือสิ่งอื่นใดคือความรักสิ่งที่คุณทำ” ไดมี่ กล่าวทิ้งท้ายในการให้สัมภาษณ์

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร