
‘3 ต้นแบบพัฒนาตัวเอง’ ของ จตุพร วณิชวรพงศ์
ดีเจหนุ่มหล่อสุดฮอตแห่งคลื่น Fresz 91.5 FM โมโนเรดิโอ ในเครือโมโน กรุ๊ป เนื่องด้วยเป็นอดีตนักกีฬารักบี้ทีมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ยิ่งเพิ่มดีกรีความหล่อกล้ามโตให้ ดีเจอมโบ้-จตุพร วณิชวรพงศ์ อีกมากโข ลองไปฟังสามบุคคล ที่กลายมาเป็นต้นแบบแห่งการดำเนินชีวิตที่่หล่อหลอมให้เขามีพลังแห่งการพัฒนาตนที่ไม่หยุดนิ่ง
ดีเจหนุ่มหล่อสุดฮอตแห่งคลื่น Fresz 91.5 FM โมโนเรดิโอ ในเครือโมโน กรุ๊ป เนื่องด้วยเป็นอดีตนักกีฬารักบี้ทีมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ยิ่งเพิ่มดีกรีความหล่อกล้ามโตให้ ดีเจอมโบ้-จตุพร วณิชวรพงศ์ อีกมากโข ลองไปฟังสามบุคคล ที่กลายมาเป็นต้นแบบแห่งการดำเนินชีวิตที่่หล่อหลอมให้เขามีพลังแห่งการพัฒนาตนที่ไม่หยุดนิ่ง
พี่ชายที่แสนดี แห่งตระกูลวณิชวรพงศ์
“ผมมีพี่ชาย 2 คน คนโตชื่อพี่นุ้ก ทศพร ส่วนคนที่สองชื่อพี่นิก สถาพร เราเรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่เด็กๆ คือที่วชิราวุธวิทยาลัย ปัจจุบันพี่ชายอายุ 27 และ 26 ส่วนผม 24 ปี ด้วยเรามีวัยที่ใกล้กันมากจึงสนิทกันตั้งแต่เด็กๆ แต่เราไม่ทะเลาะกัน จำได้ว่าผมสนิทและรักพี่ชายมากๆ โดยเฉพาะพี่ชายคนโตเป็นต้นแบบให้ผมมาโดยตลอด พี่นุ้กเข้าเรียนที่วชิราวุธก็ทำให้ผมอยากเข้าที่นี่บ้าง พอพี่นุ้กเล่นรักบี้ติดทีมโรงเรียน และติดทีมชาติไทย พี่นุ้กเคยแข่งได้เหรียญทองซีเกมส์ด้วยผมจึงมองพี่ชายเป็นไอดอล แม้พี่ชายของผมจะเก่งมากๆ แต่ผมก็ไม่รู้สึกว่าโดนกดดันว่าผมต้องเก่งเท่าพี่ กลับกันพี่ชายทั้งสองคนเอาความเก่งของเขามาสอนผมรัก และเอ็นดูผมมาโดยตลอด พอถึงช่วงที่ผมต้องเลือกทางเดินของชีวิตช่วงเอ็นทรานซ์ พี่ๆ ก็อยู่เคียงข้างผมเสมอ หากผมมีปัญหาปรึกษาพี่ๆ ได้ตลอด โดยเฉพาะพี่นิกเก่งด้านวิชาการ ส่วนพี่นุ้กเรียนคณะวารสารฯ ตั้งแต่เด็กพี่ๆ จะสอนให้ผมได้ลองทำทุกอย่างด้วยตัวเอง อีกทั้งเขายังเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผม ปัจจุบันพี่ชายของผมก็ประสบความสำเร็จในชีวิต อย่างพี่คนกลางเรียนจบด้วยเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่ง ส่วนพี่คนโตเปิดร้านอาหารเกาหลี Dak Galbi ปัจจุบันมี 7 สาขา ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จพอควรเมื่อเขาอายุแค่ 27 เท่านั้นเอง”
‘การทำงานอย่างมืออาชีพ’ ฉัตรชัย เปล่งพานิช
“พ่อนก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช คือคุณพ่อของเพื่อนผมก็คือดอม ซึ่งเราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กๆ จึงสนิทกับคุณพ่อของดอมมากๆ ผมจึงเรียกพ่อนกตามเพื่อนไปด้วย พ่อนกที่ผมสัมผัสได้เป็นสุภาพบรุษและรักครอบครัวมากๆ อีกทั้งยังให้โอกาสคน เช่น ให้โอกาสผมได้แสดงละครเรื่องเหนือเมฆ 2 และภพรัก และกำลังถ่ายละครเรื่องชาติพยัคฆ์อยู่ อาจเรียกได้ว่าพ่อนกเป็นผู้ให้โอกาสผมได้ลองงานบันเทิงด้านการแสดง หากเวลาทำงานร่วมกันแล้วผมเกิดเหตุผิดพลาด พ่อนกจะสอนให้ผมเข้าสู่ตัวละคร ให้ผมเรียนแอ็กติ้งเรียนคิวบู๊เพิ่ม สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากพ่อนกคือ การทำงานอย่างมืออาชีพ ทุกองค์ประกอบของฉากต้องเป๊ะ เช่น ผมต้องเข้าฉากหนึ่งโดยต้องไปยืนรอสแตนด์บายอยู่มุมห้อง ก็เห็นมีหยากไย่ติดอยู่ ผมก็เอานิ้วไปเขี่ยเล่นก็พบว่าเป็นหยากไย่ปลอม แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดของพ่อนกมากๆ ครับ”
‘ต้นแบบทำงานอย่างมีเอกลักษณ์’ ภูมน ตันตยานนท์กุล
“บุคคลที่ 3 เป็นเพื่อนร่วมงานของผมเอง พี่แบงค์-ภูมน ตันตยานนท์กุล เป็นนักจัดรายการที่เก่ง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้เป็นตัวเองที่สุด เขาเอาความสนุกสนานมาใส่ในรายการ ทำให้ผู้ฟังรู้สึกสนุกสนานไปกับดีเจด้วย ซึ่งผมฝีมือยังไม่ไหลลื่นเท่าพี่เขา แต่ผมอยากเก่งแบบนั้นบ้าง ที่สำคัญพี่แบงค์มีไหวพริบที่ดี จัดรายการสนุก อีกทั้งเดินแบบแล้วยังถ่ายละครอีก สักวันหนึ่งผมก็อยากเป็นดีเจที่เก่งจัดรายการได้ไหลลื่นเหมือนพี่แบงค์บ้าง แต่คงต้องใช้ประสบการณ์และชั่วโมงบินอีกสักพักหนึ่ง ซึ่งงานดีเจก็เป็นงานที่ผมรักทำแล้วมีความสุขเพราะตรงกับความชอบของผมคือชอบฟังเพลง และชอบพูด เป็นงานที่ทำให้ผมได้แสดงสิ่งที่ตัวเองคิดได้”







