
หุ้น/การเงินระทึก ธุรกิจชี้ไม่กระทบศก.
เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า หากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า หากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ กระบวนการต่างๆ จะยืดเยื้อออกไป ส่งผลให้นักลงทุนและนักธุรกิจโดยเฉพาะต่างชาติเลื่อนการตัดสินใจลงทุนออกไปอีก เพราะส่วนใหญ่จะรอดูความชัดเจนนโยบายของรัฐบาลเลือกตั้งว่าจะสานต่อนโยบายเดิมที่ค้างอยู่หรือไม่
ทั้งนี้ จากการประเมินหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ กระบวนการจะต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ ต้องใช้เวลา 9-10 เดือนในการร่าง ผ่านร่างและลงประชามติ และจากการลงประชามติไปสู่การเลือกตั้งใช้เวลาอีก 7-8 เดือน รวมแล้วใช้เวลาถึง 1 ปีครึ่งจะเห็นการเลือกตั้งในปี 2560
หาก สปช.มีมติรับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ยังต้องลุ้นการลงประชามติของประชาชนในช่วงเดือน ม.ค. 2559 ให้ผ่านด้วย จึงจะสามารถดำเนินการตามโรดแมป คือ มีการเลือกตั้งประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย. 2559 แต่หากประชามติไม่ผ่าน แน่นอนว่ากระบวนการต้องกลับไปนับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นักลงทุนเลือกที่จะรอความชัดเจนทางการเมือง เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเป็นตัวหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจและเร่งรัด การลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลกทั้งจีนและการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐ
ปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า หากมีการคว่ำรัฐธรรมนูญ ผลทางจิตวิทยาอาจทำให้ดัชนีลดลงไปบ้างแต่ไม่มากนัก เพราะนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศต่างรับรู้มาแล้วว่า อย่างน้อยรัฐบาลชุดนี้จะอยู่ยาว ถ้าหากรัฐธรรมนูญผ่านอย่างเร็วก็เลือกตั้งปลายปีหน้า แต่หากไม่ผ่านก็ต้นปี 2560
บริษัทเพิ่งนำบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์ที่ลอนดอนและฝรั่งเศส) ก็มีการถามถึงการเมืองและเศรษฐกิจไทยมาก นักลงทุนได้รับรู้เรื่องนี้ไปแล้ว และปัจจุบันการลงทุนของต่างชาติเน้นหุ้นรายตัว มากกว่าการลงทุนในดัชนีในภาพรวมจึงไม่น่ากระทบมากนัก
ปริญญ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญที่ดีควรจะได้รับการยอมรับจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่เท่าที่เห็นโดนคัดค้านจากนักการเมืองทั้งหมด เพราะเชื่อว่ามีการคุมอำนาจนักการเมืองมากจนเกินไป
อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ของธนาคารต่างมองข้ามเรื่องรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว โดยสิ่งที่เอกชนสนใจมากที่สุดขณะนี้ คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นจะมีผลต่อความเชื่อมั่น และทำให้กำลังซื้อฟื้นมากน้อยเพียงใด
สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในการโหวตร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.นั้น ส่วนตัวเชื่อว่าจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนมากนัก แม้ผลจะออกมาว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศและมีนักลงทุนส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ เพราะเชื่อว่าส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์การเมืองของไทย และแม้การเลือกตั้งอาจจะล่าช้าไปบ้าง แต่ในที่สุดรัฐบาลก็จะจัดการเลือกตั้งตามโรดแมป
พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.ไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย โดยหาก สปช.รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปตามกำหนดที่วางไว้ แต่หากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็มีผลให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไป ไม่มีผลกระทบให้ธุรกิจเดือดร้อนและเสียหาย เพราะภาคเอกชนยังเดินหน้าทำธุรกิจตามแผนที่วางไว้
นอกจากนั้น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจน้อย ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อภาคเอกชน แต่ทั้งนี้มีมาตราที่เป็นห่วงคือ มาตรา 60 กำหนดให้มี พ.ร.บ.องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค และให้จัดตั้งองค์กรอิสระ ซึ่งกังวลว่าอาจจะมีการมุ่งแต่โจมตีบริษัทใหญ่ๆ จึงอยากให้ตัดมาตรานี้ออกไป และห่วงว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นฉบับเอ็นจีโอมากกว่า
ธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย ให้ความเห็นว่า เชื่อว่า สปช.จะไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว เนื่องจากยังมีจุดบกพร่องอยู่หลายประการ ซึ่งเท่าที่ฟังจากอดีตนักการเมืองหลายรายไม่เห็นด้วยกับร่างฉบับดังกล่าว ซึ่งหากพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคไม่เห็นด้วย ทาง สปช.ควรมีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญดีกว่าปล่อยให้ล่วงเลยไปถึงขั้นประชาชนทำประชามติ
“ถ้าหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ต้องยืดเวลาไปอีก แก้ไขรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์ขึ้น แก้ให้นักการเมืองไม่สามารถโกงชาติได้ เพราะที่ผ่านมาปัญหาเรื่องอำนาจและเอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง ทำให้เกิดการคดโกง ที่สำคัญต้องให้ไทยกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว เพิ่อไม่ให้มีผลต่อการขยายลงทุนไทยไปต่างประเทศ รวมถึงทุนต่างชาติที่จะมาไทยที่เป็นปัญหา” ธำรง กล่าว







