posttoday
อีบิดดิ้งป่วนจัดซื้อจัดจ้าง ผวางบปี’59สะดุด

อีบิดดิ้งป่วนจัดซื้อจัดจ้าง ผวางบปี’59สะดุด

05 กันยายน 2558

ผลการนำร่องใช้อี-บิดดิ้ง (e-Bidding) และอี-มาร์เก็ต (e-Market) ในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ

ผลการนำร่องใช้อี-บิดดิ้ง (e-Bidding) และอี-มาร์เก็ต (e-Market) ในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐมาตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา และกำลังจะเริ่มบังคับใช้จริงทุกหน่วยงานในปีงบประมาณใหม่ เริ่มวันที่ 1 ต.ค.นี้ ได้สร้างความสับสนและเป็นปัญหาใหญ่ในวงการก่อสร้าง ทำให้สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต้องเรียกประชุมเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อรับฟังปัญหาและหาทางออกร่วมกัน หลังวิธีดังกล่าวยังมีอุปสรรคอย่างมาก

สังวรณ์ ลิปตพัลลภ นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สะท้อนปัญหาให้เห็นว่า หลังจากกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ได้พัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และสร้างความโปร่งใสให้มีมาตรฐานสากล เริ่มจากการจัดทำระบบข้อมูลสินค้าหรืออี-มาร์เก็ต เป็นการจัดซื้อหรือบริการตามประกาศ เช่น กระดาษ แฟ้ม ผงหมึก ส่วนอี-บิดดิ้งนั้นซับซ้อนกว่าและกลายเป็นปัญหาใหญ่ในเวลานี้

ทั้งนี้ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างใหม่กระทบกันถ้วนหน้ากับผู้ที่จะประมูลงานของภาครัฐ เนื่องจากต้องไปร่วมศูนย์แห่งเดียวกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตั้งแต่การจัดซื้อสินค้าไม่ซับซ้อน เช่น กระดาษ อุปกรณ์สำนักงาน จนไปถึงงานประมูลงานก่อสร้างที่ซับซ้อน

ปัญหาที่เผชิญอยู่ในขณะนี้ คือ เจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางมีไม่เพียงพอที่จะให้คำตอบที่มากพอกับบรรดาผู้รับเหมาก่อสร้างหลักหมื่นรายที่จะเข้าประมูลรับงาน ซึ่งจะส่งผลให้งานก่อสร้างล่าช้าตามมา เงินงบประมาณจึงไม่ออก

ที่ผ่านมากรมบัญชีกลางได้ประชาสัมพันธ์ โดยจัดทำข้อมูลผ่านสังคมออนไลน์ แต่ผู้รับเหมาหลายรายยังติดปัญหา เนื่องจากการประมูลงานมีรูปแบบที่แตกต่างกัน ขั้นตอนซื้อแบบ รวมไปถึงเอกสารของงานที่แตกต่างกัน การพิจารณาเอกสารผ่านออนไลน์นั้นทำไม่ได้ ต้องมีการโหลดเอกสารจำนวนมาก

กฤษดา จันทร์จำรัสแสง ที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ระบบอี-บิดดิ้งและอี-มาร์เก็ตที่รัฐบาลนำมาใช้เพราะต้องการจะกำจัดปัญหาการฮั้วประมูลและการทุจริตในงานก่อสร้างภาครัฐ แต่ในเวลานี้จะทำให้งานประมูลใหม่ที่เกิดขึ้นล่าช้า เนื่องจากผู้รับเหมาโดยเฉพาะรายย่อยนั้นเข้าถึงข้อมูลได้ค่อนข้างช้า

“ที่ผ่านมาผู้รับเหมาก็รู้ว่าจะต้องซื้อแบบอย่างไร มีกี่ขั้นตอนที่กำหนดไว้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เมื่อแบบของงานก่อสร้างไม่ชัดเจนจะต้องถามกับใคร ซึ่งแบบก่อสร้างนั้นมีขั้นตอนที่ซับซ้อน การสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ทั้งหมด พิมพ์ถามกันไปถามกันมาจะยิ่งสร้างปัญหา ดังนั้นในช่วงต้นควรนำระบบประมูลงานภาครัฐวิธีเก่าหรืออี-ออกชั่น มาใช้ร่วมกับการประมูลวิธีใหม่ไปก่อน และเมื่อระบบไม่มีปัญหาถึงจะยกเลิกวิธีเก่า” กฤษดา กล่าว

ขณะที่การนำอี-บิดดิ้งและอี-มาร์เก็ตมาแก้ปัญหาทุจริต กฤษดา ให้ความเห็นว่า การฮั้วประมูลยังไม่สามารถแก้ให้หมดไปจากสังคมไทยได้ เนื่องจากการเขียนกรอบงานประมูลหรือทีโออาร์ เกิดจากภาครัฐ หากเขียนให้เอื้อกับคุณสมบัติของผู้รับเหมารายกลางหรือรายใหญ่บางราย ก็ถือว่าเป็นการเปิดทางให้ผู้รับเหมารายนั้นๆ ได้งานก่อสร้างนั้นไป

นอกจากนี้ ปัญหาที่เห็นได้ชัดคือ บริษัทที่จัดงานประมูลงานภาครัฐอาจต้องปิดกิจการหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงาน จากก่อนหน้านี้ได้มีการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี เพื่อรับงานประมูลจำนวนมากอย่าง บริษัท ป๊อป เนทเวอร์ค บริษัท พันธวณิช บริษัท บีส ไดเมนชั่น บริษัท ไอซีเอ็น ซิสเต็ม บริษัท สวนกุหลาบ เซอรารี่ซีล บริษัท นิวตรอน การประมูล

แหล่งข่าวจากกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้ทดสอบการจัดซื้อจัดจ้างระบบอี-มาร์เก็ตและอี-บิดดิ้งไปแล้ว 150 หน่วยงาน และในส่วนราชการภูมิภาคอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้เข้าใจเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่จะใช้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้

ขณะที่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในหมวดรายจ่ายประจำกลุ่มพัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้สำนักงานวงเงิน 1 แสนบาทขึ้นไป ตกประมาณปีละ 5.69-6.1 แสนล้านบาท และงบลงทุนอีกปีละ 4-5 แสนล้านบาท

เมื่อเป็นเช่นนี้ จากปัญหาภาพรวมที่ยังเต็มไปด้วยอุปสรรค เชื่อแน่ว่าอาจทำให้การเบิกจ่ายงบประจำปี 2559 รวม 2.72 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำ 2.1 ล้านล้านบาท และงบประมาณเพื่อการลงทุน 5.44 แสนล้านบาท ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดความล่าช้าได้มาก

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่