posttoday
กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น (มาก)

กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น (มาก)

28 สิงหาคม 2558

สัปดาห์ที่ผ่านมามีการปรับ ครม.ของ คสช.ครั้งที่ 2 ครั้งนี้เหตุผลคือ “เศรษฐกิจชะลอตัว” ครบ 1 ปีของ คสช. ทำให้ท่านนายกฯ ประยุทธ์ ต้องออกมาจัดทัพใหม่ ซึ่งการจัดทัพ คสช.นี้เน้นที่ “รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปลี่ยนจากหม่อมอุ๋ย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปลี่ยนจากท่านสมหมาย ภาษี เป็นท่านอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ยกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม “ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการ และตั้งประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ออมสิน ชีวะพฤกษ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

สัปดาห์ที่ผ่านมามีการปรับ ครม.ของ คสช.ครั้งที่ 2 ครั้งนี้เหตุผลคือ “เศรษฐกิจชะลอตัว” ครบ 1 ปีของ คสช. ทำให้ท่านนายกฯ ประยุทธ์ ต้องออกมาจัดทัพใหม่ ซึ่งการจัดทัพ คสช.นี้เน้นที่ “รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปลี่ยนจากหม่อมอุ๋ย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปลี่ยนจากท่านสมหมาย ภาษี เป็นท่านอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ยกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม “ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการ และตั้งประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ออมสิน ชีวะพฤกษ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

การปรับครั้งนี้ไม่มีใครตกใจเลย เพราะท่านนายกฯ ทำท่าจะปรับมาล่วงหน้าแล้ว ภาคเอกชนก็ได้แต่นั่งรอว่าเปลี่ยนตัวบุคคลแล้วจะมีการเปลี่ยนนโยบายและกลยุทธ์ด้านการเงินการคลังอย่างไรบ้าง เพราะการเปลี่ยนที่กระทรวงการคลังนับว่าเป็นการเปลี่ยนทั้งตัวบุคคลและนโยบายกลยุทธ์ทั้งก้อน

แต่ดูด้านคมนาคม การยก รมช.มาเป็น รมต.ก็คงจะมาเร่งรัดการทำงานให้รัดกุมรวดเร็ว เพราะท่านอาคมอยู่สภาพัฒน์ รู้วิธีการ ระเบียบการทำงานได้เป็นอย่างดี ก็เป็นการสานต่อจากนโยบายและกลยุทธ์เดิม ด้านคมนาคมและรถไฟ ท่านประธานบอร์ดรถไฟเดิม ซึ่งปัจจุบันขึ้นมาเป็น รมช. คงจะต้อง “ลงแส้การทำงานของรถไฟ” ที่กำลังปรับตัวแรง เพราะมีโครงการใหญ่ๆ Mega Project ทั้งรถไฟจีน ญี่ปุ่นทั้ง TOD (Transit Oriented Development) สถานีบางซื่อ มักกะสัน และอื่นๆ ใน “ยุครถไฟก้าวหน้า” เพราะโครงการพร้อมเงินก็พร้อมทุกอย่าง แต่กระบวนการราชการชักช้ามาก

ถ้าจะหันมาดูการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ท่านนายกฯ อยากจะเร่งเครื่อง อาจจะทำค่อนข้างยาก เพราะเศรษฐกิจนั้นจะเกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่และจำนวนมาก ไม่น่าจะจุดปุ๊บติดปั๊บ การที่จะให้ระบบธุรกิจเร่งได้เต็มที่จะต้องเร่งระยะสั้นให้ผู้คนใช้เงินและมีเงินใช้ วิธีการดั้งเดิมก็คือ “ลดภาษี โดยเฉพาะปลายปีจะมาถึง” เร่งให้คนมี Credit ซื้อบ้าน-ซื้อรถและบริโภค

เป็นการหันมาใช้เครื่องจักรเศรษฐกิจในประเทศ คือ ด้าน “อุปโภคบริโภคภายในประเทศ” เป็นตัวกระตุ้น เพราะจะเร่งส่งออกคงยาก เนื่องจากคู่ค้าแต่ละประเทศเศรษฐกิจอ่อนตัว ยังไม่ฟื้นดี เช่น อเมริกา จีน ส่วนภาค “ท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นนางเอกมาช่วยเศรษฐกิจก็ดูจะแย่ลงเพราะ “ความสงบแย่ลง” มือบอมบ์ยังหายเงียบ ถ้ามีบอมบ์ต่อรับรองว่าปิดประตูท่องเที่ยวปีนี้แน่

ปัจจัยลบมาแรงเหลือเกิน แม้จะเปลี่ยนขุนศึกที่เคยผ่านสังคมมานาน คงจะไม่ถูกใจท่านนายกฯ ที่ต้องการเห็น GDP โตรวดเร็วเป็น 4-5% ในปลายปี ภายในอีก 3 เดือนข้างหน้าแน่ แต่ทุกคนก็ให้กำลังใจเพราะอยู่ในเรือลำเดียวกัน ทุกคนอยากให้เรือวิ่งไปด้วยดี ไม่ต้องหวือหวาเหมือนจีนที่ GDP โตตัวเลข 2 หลัก ของเรา 3-4% นับว่าดีมาก ถ้าขึ้นไปถึง 5% ปลายปีต้องดีมากๆ เป็นพิเศษ แต่ถ้า GDP ตกลงมาเหลือ 2% ก็ยังพอให้อภัย แต่ลงมาต่ำกว่า 1% ต้องสอบตกแน่

และก็ต้องไม่ลืมว่า เหตุผลของการเข้ามาของ คสช. คือ “เรื่องความสงบ” สงบกับการเมืองและเหตุร้าย เช่น Terrorist บอมบ์ แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่เหตุผลหลัก ก็ขอให้ผู้บริหารประเทศโชคดี อย่าคิดแต่ในทางบวก คิดในทางลบบ้าง ชีวิตยังมีขึ้นมีลง ขาลงประคองให้ดีก็แล้วกัน

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่