
เปลี่ยนเถ้าแก่ เป็นซีอีโอ (3)
โดย...ธนกร สังขรัตน์
โดย...ธนกร สังขรัตน์
“จงเปลี่ยนแปลง ก่อนที่เหตุการณ์จะบังคับให้ต้องเปลี่ยน” จอห์น เอฟ. เวลช์ สุดยอดซีอีโอของศตวรรษ 20 กล่าวไว้
วันนี้คนมาเลเซีย 1 คน เท่ากับคนไทย 2 คน คนเกาหลีใต้ 1 คน เท่ากับคนไทย 5 คน และคนสิงคโปร์ 1 คน เท่ากับคนไทย 10 คน การศึกษาก็สู้เขาไม่ได้ บริการก็สู้เขาไม่ได้ บันเทิงก็สู้เกาหลีไม่ได้ ประเทศที่มันวิกฤตมันถึงไม่วิกฤตแล้ว เพราะคนเราจะ Change ด้วย “2 วิ” คือ วิกฤต และวิสัยทัศน์
ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน เหล่านี้คือพวกเจอ “วิกฤต” มาก่อน ดูตัวอย่างญี่ปุ่นที่โดนระเบิดไป 2 ลูก little boy กับ fat man ที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ มีคนเสียชีวิตไปเป็นแสนคน วันนี้ญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงตัวเองจากวิกฤตกลายเป็นหนึ่งในประเทศพัฒนาแล้วของโลก ประเทศที่มีสินค้าที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงครองตลาดโลก
เกาหลีใต้รบกับเกาหลีเหนือจนกลายเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ชนะแค่เอธิโอเปียชาติเดียว ประเทศเกาหลีใต้เมื่อ 50 ปีที่แล้วไม่มีข้าวจะกิน ต้องขอความช่วยเหลือสหประชาชาติ เพราะโดนเกาหลีเหนือยึด แพ้หมดรูปเกือบหมดประเทศ โชคดีที่มีนายพลดักลาส แมคอาเธอร์ ขอกองกำลังสหประชาชาติเข้าช่วยแล้วรอดลงมาได้ จะเห็นว่าเกาหลีใต้เกิดวิกฤตเป็นประเทศที่เกือบสิ้นชาติ คนไทยต้องส่งข้าวไปช่วยหลายร้อยตัน ส่งทหารไปช่วยตายไป 300 ชีวิต ผ่านไป 50 ปี วันนี้เกาหลีใต้ครองโลก
สิงคโปร์เจอวิกฤต ถูกขับออกจากมาเลเซีย ไร้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ มาเลเซียเจอวิกฤต เพิ่งได้เอกราชมาไม่นาน จีนยุคก่อนคนทั้งประเทศ 800 ล้านคน อังกฤษเอาเรือรบมาลำเดียว ยึดได้ทั้งประเทศ ครอบครองฮ่องกง 150 ปี คนจีนต้องข้ามน้ำข้ามทะเลเสื่อผืนหมอนใบมาประเทศไทยและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากมาย นี่เรียกว่า เขามีวิกฤตก่อน
วันนี้จีนได้กลายเป็นประเทศที่มีระบบสืบทอดอำนาจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ส่งต่อไม้อย่างมีคุณภาพ (Succession Plan) ผู้นำจีนนี้เป็นรุ่นที่ 4 แล้ว ดังนั้นบริษัทที่จะมีได้ต้องมีการวางแผนและมีระบบ ค้นหาผู้สืบทอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ประเทศไทย เราไม่เคยมีวิกฤตมาก่อน เสียกรุงครั้งแรกปี 2112 และเสียกรุงครั้งที่สองปี 2310 แต่ไม่มีใครเกิดทัน ทำให้เราจำไม่ได้แล้วว่าวิกฤตคืออะไร นั่นคือคนไทยหลังยุค 100 ปีมานี้ไม่เคยเจอวิกฤตขนาดใหญ่แบบประเทศเพื่อนบ้าน
ธุรกิจของเราจะอยู่ได้กี่รุ่น แล้วเราจะวางอนาคตให้มัน Survive ได้อย่างไร ถ้าเราไม่ได้วางไว้อย่างชาญฉลาด จะเป็น “S-Curve” แต่ถ้าเราวางกลยุทธ์เป็น เราจะยืด S-Curve ได้ ธุรกิจที่เราสร้างใหม่จะล้มหายไปในแค่ชีวิตเราเหรอ แล้วรุ่นลูกเราล่ะ
นอกจาก “วิกฤต” ยังมีอีก วิ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ “วิสัยทัศน์”







