
‘ปุย-ป็อป’ กรอง 100 คำถาม ที่เทคนิคมือใหม่ควรรู้
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
นักลงทุนที่เป็นสายวิเคราะห์ทางเทคนิคคงจะรู้จัก “ประกาศิต ทิตาราม” หรือ “ปุย” และ “นิติพงษ์ หิรัญพงษ์” หรือ “ป็อป” กันดีแล้ว เพราะเป็นเทรนเนอร์ที่มีนักเรียนมากมาย ล่าสุดทั้งสองคนได้ร่วมกันประมวลคำถามที่ผู้สนใจลงทุนและศึกษาแนวเทคนิคมา แต่ยังมีข้อข้องใจอยู่ มาตอบคำถามทั้งหมด 100 ข้อไว้ในพ็อกเกตบุ๊ก “100 คำตอบต้องรู้ ดูหุ้นเทคนิค” และจะเปิดตัวหนังสือวันที่ 21 ส.ค.นี้
พวกเขาบอกว่า หนังสือเล่มนี้เหมาะกับผู้ลงทุนเทคนิคมือใหม่ ที่อาจไปเรียนมาแล้วหรืออ่านหนังสือมาแล้วอาจมีข้อข้องใจ และมักมาถามเขาทั้งสองคน หรือคนอื่นที่มีประสบการณ์ด้านเทคนิคมาก่อน เช่น ถ้าระหว่างวันราคาลงมาที่สต็อปลอส เราควรจะขายเลยหรือรอให้ปิดตลาดก่อน ดังนั้น เล่มนี้เสมือนแนะแนวคิดเรื่องเทคนิคให้มีมุมมองหรือความเข้าใจให้กระจ่างขึ้น ไม่ว่าตลาดหุ้นจะอยู่ในสภาวะไหน เช่น วิกฤต ตกใจ หรือขาลง สิ่งเหล่านี้จะลงทุนไม่เหมือนกัน
ทั้งคู่เป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นอยู่แล้ว มีมุมมองภาวะตลาดปัจจุบันว่ายังเป็นรอบดัชนีขาลงอยู่ โดยมีเหตุผลประกอบทั้งเส้นกราฟทางเทคนิคที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าตลาดจะค่อยๆ ซึมลงมาอยู่ที่ 1,370 จุด แต่พอมีเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ ตลาดหุ้นเปิดมาวันเดียวก็ปรับลงมาแนวรับดังกล่าวเลย ถึงอย่างไรตอนนี้ก็ยังเชื่อว่ายังไงตลาดหุ้นก็ยังเป็นเซนติเมนต์ขาลงอยู่ดี แต่จะลงแบบค่อยเป็นค่อยไป
“ปุย” เสริมว่า ช่วงตลาดหุ้นขาลงต้องนำปัจจัยพื้นฐานเข้ามาประกอบการพิจารณาด้วย อย่ามองแต่เรื่องเทคนิคอย่างเดียว ปัจจัยพื้นฐานตอนนี้ไม่ดีทั้งต่างประเทศและในประเทศ เพราะเศรษฐกิจโลกก็มีการชะลอตัวของจีน เศรษฐกิจเอเชียก็ชะลอตัวเหมือนกันหมด เศรษฐกิจในประเทศก็ซึม เพราะปัจจุบันยังไม่มีแรงขับเคลื่อนสำคัญ สิ่งที่ปรากฏ งบประมาณเบิกจ่ายก็ไม่ถึงเป้า โครงสร้างพื้นฐานอะไรที่เคยบอกก็ยังไม่ลงเสาเข็ม
กลยุทธ์การลงทุนเทคนิคช่วงหุ้นขาลงต้องเปิดสถานะขายล่วงหน้าเอาไว้ เช่น Single Stock Future หรือ SET50 Index Future หรือใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) เพราะยังเป็นเครื่องมือที่สามารถทำกำไรทั้งสองขา คือ ตลาดหุ้นขาขึ้นหรือขาลง
นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา “ปุย” ได้ลดพอร์ตหุ้นระยะสั้นเหลือเพียง 4 ตัว จากเดิมที่ถือไว้ประมาณ 7-10 ตัว โดยตัวที่ยังถือไว้เพราะยังมีต้นทุนที่ต่ำ มีปัจจัยพื้นฐานรองรับได้ไปอีกระยะหนึ่ง จึงปล่อยให้ทำกำไรไปเรื่อยๆ ได้
“โดยรวมตอนนี้ลดพอร์ตหุ้นระยะสั้น ส่วนหุ้นพอร์ตยาวก็ไม่มีการเข้าซื้อเพิ่มแต่อย่างใด เพราะทั้งปัจจัยพื้นฐานและเทคนิคบอกชัดเจนว่าเป็นขาลง สำหรับสิ่งที่จะทำให้กลับเข้ามาลงทุนใหม่ต้องมีสัญญาณที่เห็นชัดเจนหรือเป็นรูปธรรม เช่น เริ่มมีการรลงเสาเข็มการก่อสร้างโครงการต่างๆ” ปุยเล่า
“ปุย” และ “ป็อป” นักเทคนิคอล ได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า พวกเขาเป็นคนที่เชื่อในหลักเส้นกราฟ ไม่ว่าจะอิงปัจจัยพื้นฐานร่วมด้วยหรือจะเป็นเทคนิคเพียว เพราะกราฟจะช่วยบอกจังหวะได้เป็นอย่างดี และเมื่อพวกเขาได้ช่วยกลั่นกรองคำถามที่นักเทคนิคมือใหม่ควรรู้มาให้ก็ไม่เสียหายที่จะทบทวนมิใช่หรือ







