posttoday
วิชาชีพ สำคัญกว่ากำไร

วิชาชีพ สำคัญกว่ากำไร

21 สิงหาคม 2558

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันนี้ธุรกิจความสวยความงามกลายเป็นเรื่องธรรมชาติที่ใครๆ ก็หันมาใส่ใจกันอย่างแพร่หลาย แต่สิ่งสำคัญซึ่งเป็นหัวใจในงานบริการที่มีความคาบเกี่ยวทางการแพทย์คือ “วิชาชีพ” ซึ่งมาพร้อมความน่าเชื่อถือ เป็นงานท้าทายสำหรับธุรกิจและสำหรับซีอีโอที่จะต้องบริหารทั้งความเชื่อถือและธุรกิจไปพร้อมกัน

ณัฐวุฒิ์ มโนสุทธิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอนจิน บิวตี้ เมดิคอล กรุ๊ป (ประเทศไทย) ได้ยึดถือประสบการณ์การทำงานในวงการแพทย์และความสวยความงาม รวมถึงความเข้าใจในสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการอย่างดีที่สุด พร้อมทั้งองค์ความรู้ในวิชาชีพ อีกทั้งความซื่อสัตย์ ถือเป็นสิ่งที่ยึดมั่นมาตลอด

ธุรกิจความสวยความงามในประเทศไทยเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีปัจจัยรองรับเหตุผลการเติบโตให้เห็นภาพคือ กระแสการให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและการดูแลความสวยงาม มูลค่าตลาดที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี จำนวนผู้ประกอบการในตลาดที่เพิ่มมากขึ้น นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับต่อความต้องการของผู้บริโภค

ไม่เว้นแม้กระทั่งการถูกจัดอันดับให้ขึ้นแท่นเป็นธุรกิจดาวเด่นอันดับหนึ่งติดต่อกัน 4 ปีต่อเนื่อง รวมถึงในปี 2558 นี้ด้วยเช่นกัน ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้จึงเป็นโอกาสสำคัญต้อนรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะทำให้ประเทศไทยไปสู่ความเป็นศูนย์กลางศัลยกรรมแห่งอาเซียนได้

การจะไปถึงจุดดังกล่าวได้นั้นจึงต้องยึดถือ “วิชาชีพ” ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักขององค์กร เพื่อต่อยอดยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางศัลยกรรมแห่งอาเซียนได้อย่างแท้จริง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourist) มาใช้บริการในประเทศไทย ซึ่งจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทั้งด้านอุตสาหกรรมความงามโดยตรง และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สายการบิน โรงแรม ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร เป็นต้น จะได้รับประโยชน์ต่อเนื่องกันทั้งหมด ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งรายได้ให้ประเทศอย่างมหาศาล

ขณะที่ “วอนจิน ไทยแลนด์” เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มนักธุรกิจในวงการแพทย์และความงามของประเทศไทย กับ“โรงพยาบาลวอนจิน” ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมอันดับหนึ่งของประเทศเกาหลีที่มีเทคนิคเฉพาะและประสบการณ์กว่า 20 ปี โดยบริษัทได้โฟกัสในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ซึ่งมีแนวโน้มเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง มีสภาพสังคม วัฒนธรรม ปัจจัยแวดล้อมที่มีความใกล้เคียงกับประเทศไทย ประกอบกับทุกประเทศมีพรมแดนติดกับประเทศไทย อีกทั้งภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยต่อผู้บริโภคในกลุ่มประเทศเหล่านี้จึงเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม ได้มีการเปิดให้บริการเฟสแรกในรูปแบบแฟล็กชิปสโตร์ภายใต้ชื่อ “WONIN @ Central Embassy” (วอนจิน แอท เซ็นทรัล เอ็มบาสซี) ณ ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยให้บริการ 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ การบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการศัลยกรรมความงาม การให้บริการกลุ่มเมดิเนนต์ (Medinent) ที่เป็นเทคนิคเฉพาะในการสักคิ้ว ขอบตา และริมฝีปาก และการนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่คิดค้นและพัฒนาจากโรงพยาบาลวอนจิน เกาหลี ที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.)

หลังจากนั้นจะเริ่มต้นการดำเนินการในเฟสสองในช่วงปลายปี 2559 ซึ่งจะเปิดตัวโรงพยาบาลเฉพาะทางวอนจินขึ้นในประเทศไทย ซึ่งสามารถทำศัลยกรรมแบบครบวงจรได้โดยไม่ต้องบินไปที่เกาหลีกันอีกต่อไป

ณัฐวุฒิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เหนือสิ่งอื่นใด “ปรัชญา” และสิ่งที่ต้องตระหนักอยู่เสมอสำหรับการทำธุรกิจนี้คือ “วิชาชีพ” ไม่ใช่การแสวงหาผลกำไรสูงสุด ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้ เราไม่ได้เลือกโรงพยาบาลที่ให้ผลประโยชน์กับเรามากที่สุด แต่เราเลือกโรงพยาบาลที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค ประกอบกับราคาสมเหตุผลเมื่อเทียบกับคุณภาพการบริการที่ลูกค้าได้รับ

หลักการดังกล่าวนี้ ยังหมายรวมถึงการให้บริการลูกค้าของเรา หากลูกค้าเข้ามาปรึกษาและต้องการทำศัลยกรรมที่วอนจิน ซึ่งเบื้องต้นหากเราวิเคราะห์แล้วว่า ความต้องการในการทำของลูกค้านั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็น เราก็จะไม่แนะนำให้ทำศัลยกรรม เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่จะสร้างให้เกิดความจงรักภักดีต่อตราสินค้า (แบรนด์รอยัลตี้) กับตัวลูกค้าได้อย่างยั่งยืนไม่ใช่เรื่องปริมาณและราคาเสมอไป

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร