posttoday
ทำไมต้องเปลี่ยนเถ้าแก่ เป็นซีอีโอมืออาชีพ (ตอน2)

ทำไมต้องเปลี่ยนเถ้าแก่ เป็นซีอีโอมืออาชีพ (ตอน2)

19 สิงหาคม 2558

โดย...ธนกร สังขรัตน์

โดย...ธนกร สังขรัตน์

เทรนด์ระดับโลก ที่ซีอีโอจะต้องทำความเข้าใจในทศวรรษ 2020 ได้แก่ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Technology Advancement) การจ้างให้คนอื่นทำงานแทน (Outsourcing) การเปลี่ยนทัศนคติและค่านิยมของคนทำงาน (Changing Worker Attitudes / Value) การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และความหลากหลายของประชากร (Demographics & Diversity) โลกาภิวัฒน์ (Globalization)

วันนี้สิงคโปร์ประเทศเล็กๆ ที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าจังหวัดนนทบุรีของไทยนิดเดียว ประชากร 5 ล้านคน มีรายได้ประชากรต่อหัวอันดับ 4 ของโลก ที่ 55,182 ดอลลาร์สหรัฐ ถ้าคิดด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเช้านี้ที่ 35.35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับคนสิงคโปร์มีรายได้ปีละประมาณ 1,950,000 บาท หรือเดือนละ 160,000 บาท

ในขณะที่ประเทศมาเลเซียมีรายได้ประชาชาติต่อหัว 10,457 ดอลลาร์สหรัฐ นั่นคือประมาณ 369,000 บาทต่อปี หรือประมาณ 30,000 บาทต่อคนต่อเดือน แล้วประเทศไทยหล่ะ???

วันนี้ประเทศไทยมีรายได้ประชาชาติต่อหัวต่อปีที่ 5,670 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 199,000 บาทต่อคนต่อปี หรือคิดเป็นรายได้ต่อเดือนๆ ละประมาณ 17,000 บาทต่อคนต่อปี สิ่งเหล่านี้กำลังบอกอะไรเรา นั่นแสดงว่าคนมาเลเซียมา 1 คน ต้องใช้คนไทย 2 คนเข้าไปต่อสู้ แต่ถ้าคนสิงคโปร์เดินมา 1 คน ต้องใช้คนไทยถึง 10 คน เข้าไปเปรียบมวยต่อสู้

สิงคโปร์ประเทศที่เพิ่งจะมีอายุครบ 50 ปี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา ใช้เวลาเพียง 50 ปี หรือเพียง 5 ทศวรรษ ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จากประเทศที่ต้องถูกขับจากมาเลเซียทั้งน้ำตา ประเทศที่ไม่มีแม้แต่น้ำจืด ประเทศที่ไร้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติทุกชนิด แต่เมื่อคนของสิงคโปร์ถูกพัฒนาให้สามารถใช้สมองอย่างเต็มศักยภาพ จะเท่ากับกลยุทธ์ในการแข่งขันที่ทรงพลังที่สุด

ตัวอย่างของการพัฒนาประเทศสิงคโปร์ กำลังบอกพวกเราที่เป็น SME หรือที่เป็นเถ้าแก่ ให้เห็นว่า “เล็กนั้นสู้ใหญ่ได้” เงื่อนไขการแข่งขันในโลกธุรกิจยุคใหม่ ไม่ได้อยู่ที่ขนาด (Economy of Scale) แต่อยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนแปลง (Economy of Speed) “ยุคนี้ไม่ใช่ยุคปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกต่อไป แต่เป็นยุคของปลาเร็วที่กินปลาที่เซื่องซึมหรือปลาที่เชื่องช้าต่างหาก “ SME จึงต้องใช้ “Strategy” ให้มากๆ SME จะต้องไม่แข่งด้วยอาวุธของโลกเก่า SME ต้องแข่งด้วยอาวุธอันทรงประสิทธิภาพสูงทุกชนิด ต้องเริ่มด้วยการปรับวิธีคิดให้เป็น “Strategic Thinking” ก่อน

คุณสมบัติของเถ้าแก่ที่สามารถเปลี่ยนเป็นซีอีโอมืออาชีพได้ ประการแรก ยิ่งเรียนรู้มากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งตระหนักว่ามีอะไรบ้าง ที่คุณไม่รู้ ทำไมต้องใช้ชีวิตอยู่ในข้อจำกัด อันเนื่องมาจากการขาดความรู้ เนื่องจากแหล่งข้อมูลมีมากมายที่เราสามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบัน ดังนั้นจงอย่าทำตัวเป็นคนที่รู้ดีไปเสียทุกเรื่อง เพราะว่าคุณก็ไม่รู้ว่าคุณไม่รู้อะไร

ประการที่สอง เผชิญหน้ากับ “ความกลัว” จงเปลี่ยนความกลัวให้เหลือเพียง “ความกังวล” ด้วยการทำงานหนัก และแก้ปัญหา เปลี่ยนความกลัว ด้วย “ความศรัทธา” ผู้ประกอบการที่พ่ายแพ้ คือ ผู้ประกอบการที่ขาดแววตาพยัคฆ์ ถ้าเราจะประสบความสำเร็จ เราต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น เพราะไม่มีใครจดจำที่สองได้ และจากสถิติพบว่า ธุรกิจ 8 ใน 10 จะล้มเลิกไปตั้งแต่ช่วงแรกของการดำเนินกิจการ ดังนั้นผู้ประกอบการที่ขาดแววตาพยัคฆ์ คืออะไร คือผู้ประกอบการที่ขาดความนับถือตัวเอง ขาดความมุ่งมั่น ขาดแววตาของนักสู้ ขาดการเตรียมตัว ไม่ได้มาพร้อมกับแผน

การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การรักษาแชมป์ยากกว่า ในขณะที่การเสียแชมป์ แล้วไปทวงแชมป์ค้น นั่นคือสิ่งที่ยากที่สุด ขอย้ำว่า “ผู้ประกอบการที่ดีต้องล้มเหลว” ผู้ประกอบการที่ดีต้องล้ม ต้องเจ็บ ล้มแล้วล้มอีก เพื่อจะได้เรียนลิ้มรสชาติความล้มเหลวให้เพียงพอต่อการเป็นภูมิคุ้มกันให้กับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต

ดังนั้นผู้ประกอบการที่เคยล้มเหลว จะเรียนรู้ในการฝึกซ้อมให้หนักขึ้น จะวางแผนมากขึ้น ด้วยปัจจัยภายนอกที่ถาโถม ปัญหาเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน ผลกระทบทางการเมือง การบริโภคที่ชะลอตัว การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ SME จะเจอปัญหามากมาย SME ต้องฝึกล้มให้มากๆ แต่ล้มแล้วต้องรีบลุก “Fail fast, succeed faster” ความล้มเหลวไม่ใช่ความพ่ายแพ้ที่ยั่งยืนถาวร

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่