posttoday
ลุ้นจิตวิทยาเป็นบวกจากรัฐบาลปรับทีมเศรษฐกิจ

ลุ้นจิตวิทยาเป็นบวกจากรัฐบาลปรับทีมเศรษฐกิจ

17 สิงหาคม 2558

สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยผันผวนโดยปรับลดลงถึง 46.09 จุด หรือ -3.22% จากความกังวลของผลประกอบการที่อ่อนแอ

โดย...บล.กสิกรไทย

สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยผันผวนโดยปรับลดลงถึง 46.09 จุด หรือ -3.22% จากความกังวลของผลประกอบการที่อ่อนแอ โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มพลังงาน ก่อนที่จะตามมาด้วยการที่จีนประกาศลดค่าเงินหยวน (Devaluation) ทำให้ตลาดกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเสียความสามารถแข่งขันของหุ้นในกลุ่มส่งออกและกระทบต่อราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตามตลาดในช่วงปลายสัปดาห์ดีดตัวขึ้นแรงหลังธนาคารกลางจีนแถลงเสร็จสิ้นการปรับลดค่ากลางเงินหยวนในวันพุธ

การลดค่าเงินหยวน น่าจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพของเงินทุนในภูมิภาค : ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับลดค่ากลางเงินหยวนลง 1.9%, 1.6% และ 1.1% ส่งผลให้เงินหยวนอ่อนค่าลงใกล้เคียงค่าเฉลี่ยภูมิภาค (อ้างอิงดัชนี CNY NEER) และทำให้ความกังวลต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและสงครามค่าเงินผ่อนคลายลง แม้จะมีความกังวลต่อการอ่อนค่าของหยวนที่อาจกระทบทั้งทางบวกและลบต่อภาคเศรษฐกิจจริง แต่ฝั่งตลาดทุนเรามีมุมมองเป็นบวกต่อมาตรการดังกล่าวของธนาคารกลางจีน โดยเรามองว่าการใช้มาตรการเชิงรุกแบบลงมือก่อน (Preemptive move) ช่วยลดความไม่สมดุลระหว่างหยวนกับสกุลเงินอื่น รวมถึงเหรียญสหรัฐ และลดโอกาสเกิดเงินทุนไหลออก (Capital outflow) ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ง่ายในภาวะที่โมเมนตัมทางเศรษฐกิจของจีนชะลอ แต่สหรัฐมีการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งน่าจะทำให้ตลาดเงินมีเสถียรภาพในระยะกลางที่ดีขึ้น

ลุ้นการปรับ ครม. ตามมาด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ : ทั้งนี้ถึงแม้จะมีการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2558 ในวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. และธนาคารแห่งประเทศไทยอาจปรับลดประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจลง แต่ในเชิงกลยุทธ์เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของหุ้นไทยในสัปดาห์นี้จาก 1) ผลประกอบการส่วนใหญ่ได้ออกมาแล้ว และตลาดได้ปรับลดประมาณการสะท้อนไปแล้วพอสมควร ขณะที่หุ้นใหญ่หลายตัวประกาศผลการดำเนินงานออกมาดีกว่าคาด ช่วยให้ตลาดคลายกังวล 2) ความผันผวนของตลาดเงินในภูมิภาคที่สงบลง โดยเฉพาะหลังจากจีนเสร็จสิ้นการลดค่าเงินเฉพาะกิจ น่าจะหนุนการฟื้นตัวของหุ้นไทยและสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงสั้น 3) แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทีมงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในสัปดาห์หน้า ซึ่งเราคาดว่าน่าจะตามมาด้วยมาตรการและแพ็กเกจ
กระตุ้นเศรษฐกิจ น่าจะส่งผลบวกต่อจิตวิทยาการลงทุน

แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : ประเมินระดับแบ่งขายทำกำไรและเป้าหมายการฟื้นตัวเชิงกลยุทธ์แรกที่ 1,420-1,440 จุด โดยตั้งจุดตัดขายรักษากำไร (Trailing stop) ที่ 1,395 จุด สำหรับผู้ที่จะเข้าเก็งกำไรเน้นหุ้นที่ปรับลดลงมามากและมีโอกาสเป็นเป้าหมายของการฟื้นตัวทางเทคนิค หรือซื้อคืน (Short recovering) โดยมองกลุ่มพลังงาน ธนาคารน่าสนใจ (PTT, PTTEP, KTB, TCAP, BBL) รวมถึงหุ้นสื่อสารและสาธารณูปโภค (INTUCH, DTAC, SAMART, EGCO, SPCG, EASTW) น่าสนใจและปลอดภัยในเชิงการเก็งกำไร อย่างไรก็ตามภาพระยะกลางเป็นลบมากขึ้น ทำให้การเก็งกำไรตรงนี้เป็นเพียงระยะสั้นแบบมีการตั้งจุดตัดขาดทุนเท่านั้น

หุ้นเด่น : KTB, DEMCO, PTT, LPN, MINT, AOT, IRPC, KCE, ROBINS

หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : SAMART, CEN, SGP, CHOW, PMTA (นักลงทุนควรตั้ง Stop loss หากหุ้นลง 3-5%)

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร