
‘ก้องเกียรติ’ชวนซื้อหุ้นจีน ‘ภัทธีรา’แนะเก็บหุ้นไทย
“ก้องเกียรติ” มองหยวนลดค่าเงินแค่ปรับสมดุล ไม่เชื่อสงครามการเงิน ชี้จีนเสาหลักการเงินโลก แนะนำลงทุนหุ้นจีน
โดย...ทีมข่าวตลาดหุ้นโพสต์ทูเดย์
“ก้องเกียรติ” มองหยวนลดค่าเงินแค่ปรับสมดุล ไม่เชื่อสงครามการเงิน ชี้จีนเสาหลักการเงินโลก แนะนำลงทุนหุ้นจีน
ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ให้มุมมองการลดค่าเงินหยวนของจีนติดต่อกัน 3 วัน ส่งผลให้ค่าเงินหยวนอยู่ที่ 6.4010 หยวน/เหรียญสหรัฐ ว่า เป็นการปรับค่าเงินของจีนให้เหมาะสม สามารถแข่งขันและให้เศรษฐกิจเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 7% ซึ่งเป็นการใช้เครื่องมือชนิดหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จีนมักพูดจริงทำจริง
ก้องเกียรติ กล่าวว่า การลดค่าเงินหยวนรอบนี้เป็นการปรับลดเพียงเล็กน้อยให้ลงมาอยู่ในสภาพที่สมดุล เหมาะสม ไม่ได้มองว่าจะเป็นสงครามค่าเงิน และมองว่าจีนเป็นตัวสร้างเสถียรภาพทางด้านการเงินของโลก เป็นเสาหลักด้านการเงินอีกเสาหนึ่ง เพราะ 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา จีนเป็นเสาหลักที่แบกโลกไว้โดยให้ค่าเงินหยวนแข็งช่วงวิกฤตกลางปี 2010 ถึงต้นปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว กระทั่งขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว วันนี้จีนจึงได้ปรับเงินหยวนกลับสู่สมดุล
“ย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมา เงินดอลลาร์สหรัฐเทียบกับเงินหยวนเฉลี่ยที่ 6.40 หยวน/เหรียญสหรัฐ ซึ่งกลางปี 2010 เงินหยวนอ่อนสุด 6.80 หยวน/เหรียญสหรัฐ ต้นปี 2014 อ่อนค่า 6.05 หยวน/เหรียญสหรัฐ จะเห็นว่า 3 ปีครึ่ง หยวนแข็งขึ้น 11.03% วันนี้เงินหยวนกลับไปอยู่ที่ 6.40 หยวน ถือว่าเป็นการกลับสู่สมดุลที่เหมาะสมให้เศรษฐกิจโตตามเป้าหมายเท่านั้น”
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า นักลงทุนควรหาโอกาสลงทุนหุ้นจีน ซึ่งมีหุ้นพื้นฐานดีราคาถูก เช่น กลุ่มเทคโนโลยี ส่งออก ก่อสร้าง และกลุ่มธนาคาร ซึ่งการปรับตัวลงของตลาดหุ้นจีนไม่ใช่อุปสรรคของการลงทุน แต่เป็นบทเรียนของนักลงทุนรายย่อยจีนที่พาแห่เข้าตลาดกว่า 250 ล้านบัญชีทั่วประเทศ ที่ซื้อเก็งกำไรหุ้นไม่ดูเหตุผลของปัจจัยพื้นฐานและบทเรียนโบรกเกอร์ในการปล่อยมาร์จิ้น
สำหรับประเทศไทยโดนกระทบทุกรูปแบบอยู่แล้ว เนื่องจากไทยไม่มีความสามารถในการแข่งขันและการอ่อนค่าเงินหยวนเพียงเล็กน้อย โอกาสที่จะได้จากการอ่อนค่าจึงไม่มี แต่โอกาสที่เศรษฐกิจจีนโตต่อเนื่อง กำลังซื้อสูง จะแผ่อิทธิพลทางเศรษฐกิจมาอาเซียน ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์จากธุรกิจท่องเที่ยว โรงพยาบาล
“การหาโอกาสทางธุรกิจไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ ผมพูดก่อนหน้านี้เสมอๆ ว่าควรออกไปหาโอกาสลงทุนในต่างประเทศ เพราะต้องการกระจายความเสี่ยง หาตลาดใหม่ ลูกค้าใหม่ ส่วนสถานการณ์วิกฤต ทำให้มีโอกาสซื้อของได้ถูกลง” ก้องเกียรติ กล่าว
ส่วน “ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามทั้งในเรื่องค่าเงินหยวนและการที่สหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าผลของการลดค่าเงินหยวนนั้นประเมินว่าตลาดน่าจะรับรู้ข่าวไปมากแล้ว และโชคดีที่ค่าเงินบาทของไทยได้อ่อนค่าไปก่อนหน้าจึงไม่กระทบรุนแรงนัก และจีนเองก็ออกมาประกาศชัดเจนที่จะบริหารจัดการให้ค่าเงินหยวนมีเสถียรภาพจึงไม่น่ากังวลมากนัก
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยจากค่าเงินหยวนและสหรัฐที่จะขึ้นดอกเบี้ยอาจทำให้ความคาดหวังที่จะเห็นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าในไตรมาส 3 จะฟื้นตัวขึ้นมาบ้างอาจต้องลากยาวไปถึงไตรมาส 4 ได้
“ตลาดหุ้นที่ลดลงก็จะเป็นโอกาสให้นักลงทุนเข้าสะสมหุ้น แต่จะต้องเป็นการลงทุนระยะยาวและเลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการอ่อนตัวของค่าเงิน เชื่อว่าหุ้นที่ปลอดภัยและหุ้นที่จ่ายปันผลที่ดีน่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้”
“วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ กล่าวว่า เงินหยวนมีโอกาสอ่อนค่าลงมากกว่าอัตราที่ประกาศไว้อย่างช้าๆ และอาจนำไปสู่เงินทุนไหลออกในช่วงสั้น ซึ่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยที่มีโอกาสปรับตัวลงมากสุดที่ 1,350-1,380 เท่านั้น มองเป็นโอกาสในการซื้อ







