
ดีทีซีผนึกญี่ปุ่นลุยจีพีเอสแทรกกิ้งอาเซียน
ปัจจุบันธุรกิจทั่วโลกต่างนำเทคโนโลยีระบบการบริหารจัดการขนส่งที่ติดตามด้วยระบบจีพีเอส หรือ GPS Tracking
โดย...ปากกาด้ามเดียว
ปัจจุบันธุรกิจทั่วโลกต่างนำเทคโนโลยีระบบการบริหารจัดการขนส่งที่ติดตามด้วยระบบจีพีเอส หรือ GPS Tracking มาใช้ในการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถติดตามและควบคุมระบบขนส่งให้มีศักยภาพ และมีความปลอดภัยสูง
บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้าน GPS Tracking รายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2539 จากธุรกิจเกี่ยวกับการเพิ่มความปลอดภัยในการขนส่ง ตามด้วยการขยายธุรกิจเกี่ยวกับการออกแบบและผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สำหรับใช้ในการควบคุมและตรวจสอบยานพาหนะ
ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ ได้ขายหุ้น 9% ให้กับบริษัท ยาซากิ เอ็นเนอร์ยี่ ซิสเท็มส์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ประกอบการธุรกิจผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์รายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น
ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการนำความรู้ความชำนาญ ประสบการณ์การทำงาน และจุดแข็งของทั้งสองบริษัทมาร่วมกันพัฒนานวัตกรรมระบบ GPS Tracking ให้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในธุรกิจขนส่ง และเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และเปิดช่องทางใหม่ทางธุรกิจสำหรับทั้งสองบริษัท
ทศพล คุณะเพิ่มศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า หลังจากทางญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทุนในบริษัท ได้เริ่มโครงการผลิตอุปกรณ์ควบคุมและตรวจสอบพฤติกรรมการใช้งานยานพาหนะให้กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้
“การร่วมทุนครั้งนี้จะช่วยขยายโอกาสของบริษัทในการเข้าไปเจาะกลุ่มตลาดอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่น ที่ถือว่าเป็นกลุ่มตลาด GPS Tracking ขนาดใหญ่” ทศพล ระบุ
นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะช่วยให้บริษัทสามารถเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 30% โดยในปี 2558 ตั้งเป้ารายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 20% จากปี 2557 หรือมีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% จากการขยายธุรกิจในกว่า 10 ประเทศ
“เรายังมุ่งพัฒนานวัตกรรม GPS Tracking อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเป็นผู้นำในด้าน Machine-to-machine solution หรือ M2M Solution (เทคโนโลยีที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถส่งข้อมูลระหว่างกันเองได้)ของภูมิภาคนี้ต่อไป” ทศพล กล่าว







