
ประมูล 4G ที่เยอรมนี
การประมูลคลื่นความถี่ 4จี ของเยอรมนี เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา สรุปผู้ประกอบการ 3 ราย ได้แก่ Vodafone, Telekom และ Telefonica จ่ายเงินค่าประมูลไปกว่า 5,075 ล้านยูโร หรือ 2.03 แสนล้านบาท สำหรับคลื่นที่ประมูลทั้งหมดจำนวนมากถึง 270 MHz ในสี่ย่านความถี่ ได้แก่ 700 MHz, 900 MHz, 1500 MHz และ 1800 MHz มูลค่าที่ประมูลได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9 บาท/MHz ต่อประชากรหนึ่งคน (ประเทศเยอรมนีมีประชากรประมาณ 81 ล้านคน)
การประมูลคลื่นความถี่ 4จี ของเยอรมนี เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา สรุปผู้ประกอบการ 3 ราย ได้แก่ Vodafone, Telekom และ Telefonica จ่ายเงินค่าประมูลไปกว่า 5,075 ล้านยูโร หรือ 2.03 แสนล้านบาท สำหรับคลื่นที่ประมูลทั้งหมดจำนวนมากถึง 270 MHz ในสี่ย่านความถี่ ได้แก่ 700 MHz, 900 MHz, 1500 MHz และ 1800 MHz มูลค่าที่ประมูลได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9 บาท/MHz ต่อประชากรหนึ่งคน (ประเทศเยอรมนีมีประชากรประมาณ 81 ล้านคน)
การประมูล 4จี ของเยอรมนี ให้ข้อคิดกับการประมูลคลื่นความถี่ 4จี ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ เพราะเยอรมนีเป็นต้นแบบของเทคโนโลยีและเป็นประเทศแรกของยุโรปที่นำความถี่ย่าน 700 MHz ออกมาประมูล เนื่องจากเป็นย่านความถี่ที่มีคุณสมบัติดี ครอบคลุมพื้นที่กว้าง และแพร่กระจายผ่านตึกได้ดีกว่าความถี่อื่นๆ ที่กำหนดไว้สำหรับระบบ 4จี
ความถี่ที่นำมาประมูลคราวละมากๆ อย่างในกรณีของเยอรมนีสูงถึง 270 MHz สอดคล้องและส่งเสริมรูปแบบการสื่อสารยุคใหม่ซึ่งเน้นการส่งข้อมูลความเร็วสูงที่ต้องการปริมาณความถี่ใหญ่ๆ และยิ่งปริมาณคลื่นมาก ต้นทุนในการให้บริการยิ่งต่ำ ทำให้ผู้ใช้บริการเสียค่าบริการถูกลง และเข้าถึงการสื่อสารความเร็วสูงแบบไร้สายได้
นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการใช้ความถี่และแผนธุรกิจระยะยาวได้ รวมทั้งจะมีความคล่องตัวในการวางแผนการใช้ความถี่ เนื่องจากความถี่บางย่านสามารถใช้ทดแทนกันได้ ดังนั้นหากผู้ให้บริการไม่สามารถประมูลคลื่นย่านใดได้ ก็สามารถวางแผนที่จะใช้คลื่นย่านอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันได้ ทำให้การใช้มีประสิทธิภาพ
เยอรมนีตระหนักว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่จะเกิดขึ้นจากการมีโครงข่ายไร้สายความเร็วสูงที่ดีนั้นมีมูลค่ากว่าเงินที่จะได้จากการประมูล การประมูลครั้งนี้
จึงพิจารณากำหนดราคาประมูลตั้งต้นของคลื่นจำนวน 10 MHz อยู่ที่เพียง 3.7 บาท/MHz ต่อประชากรหนึ่งคน
ต่างจากหลายประเทศจะตั้งราคาประมูลไว้สูงกว่านี้ เช่น ราคาตั้งต้นเฉลี่ยประมูลความถี่ 800 MHz ในยุโรปช่วงปี 2552-2555 อยู่ที่ 20 บาท/MHz ต่อประชากรหนึ่งคน ซึ่งเป็น 5 เท่าของราคาประมูลตั้งต้นของการประมูลที่เยอรมนี
หากจะเทียบกับราคาประมูลตั้งต้นทั้งคลื่นย่าน 2100 MHz ของไทยที่ประมูลไปแล้วเมื่อปี 2555 และย่าน 1800 MHz ที่จะประมูลปลายปี 2558 พบว่าราคาตั้งต้นจะอยู่ที่ประมาณ 7 บาท/MHz ต่อประชากรหนึ่งคน ซึ่งเป็น 2 เท่าของราคาตั้งต้นการประมูลในเยอรมนี นอกจากนี้ GDP ของคนเยอรมันเป็น 7 เท่าของคนไทย GDP โดยประมาณของเยอรมนีอยู่ที่ 41,955 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ไทยอยู่ที่ 5,771 เหรียญสหรัฐ กลายเป็นว่าราคาค่าความถี่ตั้งต้นของคนไทยแพงกว่าของคนเยอรมันถึง 14 เท่า ซึ่งจะมีผลต่ออัตราค่าบริการที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจะต้องจ่ายแพงขึ้น
ไทยจึงควรนำวิธีการของเยอรมนีมาเป็นกรณีศึกษาเผื่อว่าค่าโทรศัพท์มือถือจะถูกลงและคุณภาพดีขึ้น







