
‘มาสด้า’ ชูฐานผลิตไทยสำคัญเทียบชั้นญี่ปุ่น
โดย...สไปรท์
โดย...สไปรท์
ถือว่าเป็นโรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัติ สกายแอคทีฟ แห่งแรกนอกประเทศของ บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ที่ทำการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ ทั้งเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ อย่างครอบคลุมมากที่สุด และจากความมั่นใจต่อประเทศไทยที่เป็นฐานการผลิตสำคัญของโลกรองรับการผลิตให้กับโรงงานผลิตรถยนต์มาสด้าในประเทศต่างๆ อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม เม็กซิโก จีน และในประเทศไทยเอง จึงได้ก่อตั้ง บริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ขึ้นมา
ทั้งนี้ บริษัทได้ใช้เงินลงทุนมูลค่า 2.6 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 7,300 ล้านบาท) สร้างโรงงานบนพื้นที่รวม 2.09 แสนตารางเมตร (ตร.ม.) ที่ จ.ชลบุรี มีกำลังการผลิตสูงสุด 4 แสนยูนิต/ปี ซึ่งเป็นการลงทุนและบริหารงานโดยมาสด้า 100% พร้อมกันนี้ในบริเวณเดียวกัน บนพื้นที่ 1.33 แสน ตร.ม. ยังได้มีการตั้งโรงงานผลิตเครื่องยนต์ โดยใช้เงินลงทุนอีกราว 2,900 ล้านบาท มีกำลังการผลิตเริ่มต้นอยู่ที่ 3 หมื่นเครื่อง/ปี ซึ่งโรงงานดังกล่าวสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้พนักงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มีจำนวนกว่า 500 อัตราอีกด้วย
นอกจากนี้ เทคโนโลยีการผลิตในประเทศไทยถือได้ว่าเป็นการส่งต่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่นส่งตรงสู่ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการเพิ่มศักยภาพการเป็นผู้ผลิตทั้งรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อป้อนให้กับโรงงานที่ทำการผลิตรถยนต์มาสด้าในรุ่นมาสด้า 2, มาสด้า3, มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 และมาสด้า 6 ที่กระจายอยู่ทั่วโลก
เหตุผลสำคัญที่ มาซามิชิ โคไก ประธานและซีอีโอ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เลือกประเทศไทย คือ การมองเห็นศักยภาพของประเทศไทยที่มาสด้ามีโรงงานผลิตตั้งอยู่ รวมถึงความพร้อมทางด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานของผู้ผลิตชิ้นส่วน รวมถึงระบบห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชน) อีกทั้งความชำนาญของฝีมือแรงงาน และการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
รวมไปถึงเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ระยะที่ 2 บริษัทจึงได้เริ่มโครงการต้นแบบ (ไพลอตโปรเจกต์) ผลิตเครื่องยนต์ดีเซลสะอาด (สกายแอคทีฟ-ดี) อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ตามแผนผลิตภัณฑ์ระยะกลาง (3 ปี) จากนี้ สกายแอคทีฟ เทคโนโลยี จะก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาต่อยอดขึ้นไปอีก เพื่อให้ครอบคลุมในทุกรุ่นของผลิตภัณฑ์ ดังนั้นกระบวนการผลิตและประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมากที่สุด
“ประเทศไทยได้กลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์มาสด้าที่มีความสำคัญเทียบเท่าประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ และจะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต” โคไก กล่าว
เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่โลดแล่นบนถนนของมาสด้า จากนี้ไปจะเห็นคำว่า “Made in Thailand” ประทับตราติดไปให้ได้รู้จักไปทั่่วโลก







