
แบงก์กระตุกให้กู้บ้านเอสเอ็มอี
ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งแตะ 34% ผู้ประกอบการรายได้หดหนี้เพิ่ม
ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งแตะ 34% ผู้ประกอบการรายได้หดหนี้เพิ่ม
แบงก์กระตุกยอดให้บ้านเอสเอ็มอี หลังรายได้หด ไทยพาณิชย์เผยยอดปฏิเสธพุ่ง 34%
นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและธุรกิจรายย่อย ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ครึ่งแรกปีนี้ธนาคารปล่อยสินเชื่อบ้านได้ 5.7 หมื่นล้านบาท เติบโตถึง 20% สูงกว่าระบบที่เติบโต 10% ขณะที่เป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ปีนีั้อยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท เท่ากับปีก่อนหน้า ทำให้มียอดสินเชื่อบ้านคงค้าง 5.6-5.7 แสนล้านบาท หรือมีสินเชื่อปล่อยใหม่ 6.4 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ยอดปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 23% จาก 20% เมื่อสิ้นปีที่แล้ว โดยผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว มีอัตราปฏิเสธสินเชื่อถึง 34% ของยอดคำขอกู้ เพิ่มขึ้นจาก 19% เมื่อสิ้นปีที่แล้ว ขณะที่ผู้มีรายได้ประจำหรือมนุษย์เงินเดือนมียอดปฏิเสธสินเชื่อ 17% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 15% เมื่อสิ้นปีที่แล้ว โดยธนาคารมีสัดส่วนลูกค้าสินเชื่อบ้านทั้งสองกลุ่มเท่าๆ กันที่ 50%
สำหรับผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มักนิยมซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบระดับบน เมื่อธุรกิจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ความสามารถชำระหนี้ลดลง รวมทั้งมีหนี้ครัวเรือนสูงถึง 50% ของรายได้
“แม้อัตราปฏิเสธจะเพิ่ม แต่สัดส่วนถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับธนาคารอื่น เพราะธนาคารจะตรวจความสามารถลูกหนี้ก่อนยื่นขอกู้ หากเบื้องต้นไม่ผ่านจะแนะนำให้หาผู้กู้ร่วมหรือเพิ่มหลักฐานรายได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อบ้านในโครงการที่ธนาคารสนับสนุน แทบไม่มียอดปฏิเสธสินเชื่อ” นางพิกุล กล่าว
ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสินเชื่อบ้านขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.24% จากไตรมาสแรกอยู่ที่ 2.17% ตามสภาพตลาด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าธุรกิจส่วนตัวที่มีหนี้เพิ่มขึ้น และสิ้นปีตั้งเป้ารักษาระดับเอ็นพีแอลไม่ให้เกิน 2.25%
นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ยอมรับว่า ธนาคารมีความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อบ้านให้กับผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว เพราะไม่มีรายได้ที่แน่นอนเหมือนกลุ่มลูกค้าเงินเดือน และยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่่ชะลอตัว แต่อัตราอนุมัติสินเชื่อยังทรงตัวระดับ 76-78% ของยอดคำขอ เนื่องจากมีการคัดกรองลูกค้าก่อน
อย่างไรก็ดี ธนาคารอาจปรับลดเป้าหมายสินเชื่อจากเดิมโต 10-15% เพราะเศรษฐกิจไม่ฟื้นอย่างที่คาดไว้ โดยครึ่งแรกปีนี้สินเชื่อบ้านเติบโต 4% จากฐานลูกค้าต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางที่ยังมีกำลังซื้อ ส่งผลให้สัดส่วนสินเชื่อต่างจังหวัดปรับขึ้นมาอยู่ที่ 30-40% จากเดิม 10%
“สถานการณ์เศรษฐกิจกระทบต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์พอสมควร ทำให้มียอดขายอืด โดยเฉพาะบ้านราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป และพบว่าลูกค้าบางกลุ่มดึงการโอนช้าลง เพราะไม่มั่นใจเศรษฐกิจ จึงกระทบต่อยอดสินเชื่อบ้านของธนาคาร แต่บ้านราคาระดับกลาง-ล่างยังไปได้ ขึ้นอยู่กับทำเลและดีเวลลอปเปอร์” นายทวีลาภ กล่าว







