posttoday
โรงแรมพม่ากำไรนำโด่ง เจาะปมท้าทายธุรกิจ

โรงแรมพม่ากำไรนำโด่ง เจาะปมท้าทายธุรกิจ

04 สิงหาคม 2558

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ผู้ที่ต้องการลงทุนในพม่า ต่างตั้งคำถามว่าการลงทุนในแต่ละประเภทธุรกิจจะสร้างรายได้ สร้างกำไร คุ้มค่าแก่ความเสี่ยงในการออกไปลงทุนในต่างประเทศหรือไม่ ผู้ประกอบการบางรายจึงอยู่ระหว่างรอศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

แต่ล่าสุด รายงาน Myanmar Business Survey : Data Analysis and Policy Implication ระบุว่า จากการสำรวจภาคธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจในเมียนมาเกือบทุกเซ็กเตอร์กว่า 3,000 ราย ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556-เม.ย. 2557 พบว่า บางประเภทธุรกิจอาจมีรายได้เฉลี่ยสูง แต่กำไรเฉลี่ยกลับไม่ได้สูงตาม

รายงานระบุว่า รายได้เฉลี่ยของอุตสาหกรรมการผลิตและธุรกิจการเกษตรสูงที่สุดในบรรดาภาคธุรกิจที่สำรวจทั้งหมด โดยธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารมีรายได้เฉลี่ยเป็นอันดับ 3 แต่เมื่อมาพิจารณาในแง่ผลกำไร อุตสาหกรรมการผลิตและธุรกิจการเกษตรกลับสร้างกำไรได้เพียง 17-18% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารสามารถสร้างกำไรได้ถึงเกือบ 30% ที่สำคัญ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติก็มีกำไรเพียง 10% เท่านั้น

เรื่องดังกล่าวขัดแย้งกับความเข้าใจทั่วไปที่ว่า ธุรกิจการผลิตและธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติควรจะมีโครงสร้างกำไรสูงกว่าธุรกิจและอุตสาหกรรมอื่นๆ

อย่างไรก็ดี ตัวเลขกำไรของธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ในเมียนมาที่สูงถึง 10-30% อาจทำให้ตีความไปได้ใน 2 แนวทาง คือ 1.ธุรกิจในเมียนมามีกำไรสูง เนื่องจากยังมีการแข่งขันไม่สูงมาก ขณะที่กฎระเบียบการดำเนินธุรกิจค่อนข้างเข้มงวด หรือ 2.ภาคธุรกิจที่ตอบแบบสอบถามเข้าใจโครงสร้างต้นทุนของตัวเองผิดพลาด

รายงานระบุว่า เมียนมายังมีปัญหาหลายประการที่ต้องแก้ไข เพื่อให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่ 1.ผลิตภาพ ในเมียนมายังค่อนข้างมีผลิตภาพต่ำ เท่ากับรายได้รวม 3,750 เหรียญสหรัฐ/พนักงาน 1 คน ผลิตภาพในภาคการเกษตร ซึ่งถือเป็นภาคที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมียนมายังค่อนข้างต่ำ สำหรับภาคอื่นๆ นั้น เมื่อเทียบกับมาตรฐานสากลก็ถือว่ายังต่ำกว่ามาตรฐานเช่นกัน หากเมียนมาเร่งพัฒนาผลิตภาพจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

2.คอร์รัปชั่น จากการสำรวจบริษัทต่างๆ พบว่า บริษัทให้คอร์รัปชั่นเป็นปัญหาสำคัญ เพราะต้องมีการจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทไปจนถึงการขอใบอนุญาตต่างๆ สำหรับธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นธุรกิจที่มีการจ่ายสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐมากที่สุด โดยกว่า 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามในธุรกิจดังกล่าว เคยจ่ายสินบนมาแล้ว

ขณะเดียวกัน บริษัทใหญ่มีแนวโน้มจะจ่ายสินบนมากกว่าบริษัทเล็กด้วย แตกต่างจากงานวิจัยในประเทศอื่นที่พบว่าบริษัทเล็กมักจะจ่ายสินบนมากกว่า

นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องการคอร์รัปชั่นดูเหมือนจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ด้วย โดยผู้ประกอบการในตะนาวศรีและมัณฑะเลย์ รู้สึกว่าการคอร์รัปชั่นเป็นอุปสรรคสำคัญมากกว่า 30% ขณะที่ในรัฐกะยาและรัฐคะฉิ่นรู้สึกว่าเป็นปัญหาหนักไม่ถึง 4%

3.การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ภาคธุรกิจในเมียนมาไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากภายนอกได้ง่ายนัก โดยปัญหาใหญ่ที่สุดคือหลักทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกันเพื่อการกู้ยืมเงิน การเข้าถึงแหล่งทุนแบบเป็นทางการกับไม่เป็นทางการยังใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกันต่างกันด้วย

4.นวัตกรรม ภาคธุรกิจในเมียนมาดูเหมือนจะทราบดีว่านวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้แก่องค์กรของตัวเอง แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ธุรกิจในเมียนมายังลงทุนด้านการวิจัยและการพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) กันต่ำมาก โดยราว 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่ได้ลงทุนด้านอาร์แอนด์ดีเลย

5.บรรยากาศการลงทุน ในเมียนมายังคงมีปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การขาดแคลนไฟฟ้าและน้ำประปาในบางพื้นที่ และ 6.ทรัพยากรมนุษย์ บริษัทจำนวนมากไม่ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรม พัฒนาฝีมือแรงงาน แรงงานจึงยังขาดแคลน และขาดทุกระดับในอุตสาหกรรมไอที

อุปสรรคและความท้าทายในเมียนมา เป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรต้องพิจารณา เรื่องใดที่แก้ไขด้วยตัวเองได้ ก็ควรรีบดำเนินการ เพื่อสร้างประสิทธิภาพการจัดการและต่อยอดกำไรให้แก่ธุรกิจต่อไป

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่