
หาจุดอ่อนให้เจอ
สัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (กพข.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ตั้งเป้าหมายพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยตามการจัดอันดับของ IMD ระยะเร่งด่วนปี 2558-2559 ให้มีอันดับดีขึ้นอย่างน้อย 3 อันดับ จากปัจจุบันอันดับ 30 ให้มาอยู่ในอันดับ 27 พร้อมให้จัดทำแผนเร่งด่วนที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว
สัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (กพข.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ตั้งเป้าหมายพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยตามการจัดอันดับของ IMD ระยะเร่งด่วนปี 2558-2559 ให้มีอันดับดีขึ้นอย่างน้อย 3 อันดับ จากปัจจุบันอันดับ 30 ให้มาอยู่ในอันดับ 27 พร้อมให้จัดทำแผนเร่งด่วนที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ผมว่านี่เป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศที่ท่านผู้นำจะต้องเริ่มต้นให้ดี เพราะถ้ากำหนดยุทธศาสตร์ผิด ประเทศก็เดินผิดไปหมด ผมเห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่ควรเรียกประชุมเฉพาะคณะกรรมการ กพข.แล้วเอาคนไม่กี่คนมากำหนดทิศทางประเทศ แต่ควรหยิบยกประเด็นนี้มาเป็นวาระแห่งชาติ จากนั้นก็ระดมผู้รู้มาร่วมกันหาทางออก ก่อนที่เราจะตกขบวนหนักไปกว่านี้
รัฐบาลต้องกล้าทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะในช่วง 3 ปีมานี้ ไทยตกขบวนด้านขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครที่จะยกขึ้นมาถกแถลงและหาทางแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง และงานนี้เป็นงานที่ใช้งบประมาณน้อย แต่ต้องใช้ปัญญาที่ถูกกลั่นมาจากสมองมากที่สุด
แต่บรรดานักการเมืองและข้าราชการที่เดินตามก้นของผู้มีอำนาจกลับไม่มีปัญญาขบคิด ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่ ที่จะยกระดับทุกอณูของประเทศบนเวทีการแข่งขันโลก
ขอประทานโทษครับ อาจมีนักการเมืองบางท่านขบคิดได้ว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของเราด้อยลง จน IMD ได้ปรับอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันมาอยู่อันดับ 30 จาก 61 ประเทศที่มีการสำรวจ โดยระบุว่า “ไทยมีจุดอ่อนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน” ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 46 เพราะที่ผ่านมาไทยไม่มีการลงทุนเรื่องนี้มากนัก
ผลที่ตามมาคือ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมักมองเรื่อง “เงินและโครงการ” จึงเนรมิตเมกะโปรเจกต์ 2 ล้านล้านบาท ด้วยรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เอาไว้ขนผัก รถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ-หัวหิน ที่แค่ขับรถยนต์ไปใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ฯลฯ
การสร้างฝันให้คนทั้งประเทศเห็นว่า รถไฟความเร็วสูง คือ ความเจริญที่ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน กลับได้ผลเสียด้วย ตาสี ตาสา ยายมี ยายมา ต่างเฝ้าชูจั๊กกะแร้เชียร์กันสนั่นเมือง โดยลืมนึกไปว่ารถไฟความเร็วสูงใช้เงินสร้างเส้นทางละเป็นแสนล้านบาท แล้วจะเรียกเก็บเงินจากประชาชนคนละเท่าไหร่ต่อเที่ยว สู้ราคากับโลว์คอสต์แอร์ไลน์ได้หรือไม่ และอีกกี่ปีจึงจะคืนทุน การพัฒนาอะไรใกล้เส้นทางที่รถไฟพาดผ่านบ้าง คำตอบเหล่านี้ยังไม่มี
นอกจากนี้ ยังทำเป็นหลงลืมไปว่า คำว่าโครงสร้างพื้นฐานที่ IMD ระบุว่าเรามีจุดอ่อนที่แท้จริงนั้น ถ้าใครไปดูไส้ในจะตกตะลึง เพราะโครงสร้างพื้นฐานที่ IMD และ WORLD ECONOMIC FORUM บอกว่าเราแย่ คือ ด้านการศึกษา ด้านองค์ความรู้ของคน การวิจัย การสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาประเทศ เทคโนโลยี การอำนวยความสะดวกของทางราชการ ระเบียบวิธีการศุลกากร การทุจริตคอร์รัปชั่น และสาธารณสุขอันนี้เราแย่มากๆ
แต่เชื่อหรือไม่ รัฐบาลไม่มีใครพูดถึงและไม่มีแม้แต่แผนยุทธศาสตร์ประเทศในการเข้าไปแก้ไขในเรื่องการศึกษา การวิจัย การพัฒนาคน ระเบียบวิธีการศุลกากร
วันนี้ท่านผู้นำยกเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันมาถกกันบนโต๊ะ อย่าปล่อยให้ประเด็นหลักที่เป็นหัวใจของปัญหาถูกกลบไป...ในทางการทหารเขาบอกว่า ก่อนโจมตีข้าศึกต้องหาจุดอ่อนให้เจอก่อน แล้วมากำหนดยุทธวิธีในการศึก อย่ารบโดยไม่รู้หัวรู้ก้อยจะพลาดง่ายๆ...







