
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ ขวัญใจนักลงทุนสถาบัน
บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) ภายใต้การนำของ นพ.กำพล พลัสสินทร์
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) ภายใต้การนำของ นพ.กำพล พลัสสินทร์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ เป็นหุ้นที่นักลงทุนสถาบันชื่นชอบ แม้จะเป็นโรงพยาบาลเล็กที่ให้บริการประชาชนย่านภาคตะวันออก แต่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพราะเติบโตมาจากย่านนิคมอุตสาหกรรมบางพลี สมุทรปราการ ที่เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมที่มีอุบัติเหตุสูง จึงเก่งด้านศัลยกรรมมือและกระดูก รวมถึงการดูแลทารกแรกเกิดและโรคที่เกิดกับคนแก่
เพียง 2 ปีที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายได้มีการเติบโตปีละ 15% และมีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอปีละ 3 ครั้ง โดยปี 2557 ให้อัตราผลตอบแทนปันผล 3% จากนโยบายปันผลที่ไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
ปัจจุบันราคาหุ้นของ CHG ขึ้นมาจากราคาเสนอขายต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เมื่อกว่า 2 ปีก่อนถึง 3 เท่า โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นสูงเป็นอันดับ 5 ของกลุ่มการแพทย์ใน ตลท.
ล่าสุด บริษัทติดอันดับหุ้นที่ดีที่สุด 200 แห่งของเอเชียที่มีรายได้ต่ำ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากนิตยสารฟอร์บส์เอเชีย
นพ.กำพล กล่าวว่า จะไม่ไปแข่งขันเพื่อเป็นโรงพยาบาลระดับพรีเมียม แต่จะให้บริการผู้ป่วยระดับล่างถึงระดับบน จากปัจจุบันมีโรงพยาบาลทั้งหมด 13 แห่ง 500 เตียง ที่เน้นให้บริการภาคตะวันออกของประเทศภายใน 3-5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มจำนวนเตียงอีก 200-300 เตียง
“ปัจจุบันเพิ่งซื้อโรงพยาบาลชลเวช ที่ จ.ชลบุรี เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก กำลังจะเพิ่มจำนวนเตียงโดยใช้งบ 200 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการออกแบบเพื่อก่อสร้างตึกเพิ่ม คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีหน้า และคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 2560 หลังเปิดให้บริการ”
โรงพยาบาลชลเวชเป็นโรงพยาบาลขนาด 20 เตียง จะทยอยเพิ่มเป็น 50 เตียง และคาดว่าครบ 300 เตียงใน 3-5 ปี ที่จะเน้นลูกค้าใน อ.เมือง จ.ชลบุรี จังหวัดนี้เป็นเมืองเก่าแก่ มีคนสูงอายุอาศัยอยู่มาก ดังนั้นจึงจะตั้งเป็นศูนย์โรคเฉพาะทาง อาทิ ศูนย์โรคหัวใจ
ไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทมีกำไร 133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน CHG คาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการทยอยเปิดพื้นที่ส่วนต่อขยายของโรงพยาบาลจุฬารัตน์สาขาหลัก 3 แห่ง ที่จะรองรับการให้บริการได้มากขึ้นกว่า 40% จากไตรมาสแรกที่อัตราการใช้บริการผู้ป่วย 82% ขณะที่ต้นทุนไม่เพิ่มสูงกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากได้บุคลากรรองรับส่วนต่อขยายมาตั้งแต่ปลายปีก่อน
นพ.กำพล ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ที่ 15% จากปี 2557 ที่มีรายได้ 2,672 ล้านบาท
“ก่อนเข้าตลาดเราเติบโตปีละ 10% หลังเข้าตลาดเป้าหมายการเติบโตของเราเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 15% กิจการเราเติบโตมาตลอดตั้งแต่เริ่มดำเนินงานมาจากกำไรหลักสิบล้านมาเป็นกำไรปีละ 500 ล้านบาท”
ปัจจุบันตระกูลพลัสสินทร์ถือหุ้น CHG กว่า 50% บริษัทมีนักลงทุนสถาบันถือหุ้นกว่า 10% และไม่มีนโยบายขายหุ้นเพิ่ม หากนักลงทุนรายใดอยากได้ให้ไปซื้อในกระดาน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดว่าไตรมาส 2 ปี 2558 CHG จะมีกำไรลดลงจากไตรมาสแรกตามฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของ
ปีก่อนตามการขยายตัวของเตียงผู้ป่วย
รายได้ในการให้บริการทางการแพทย์ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนยังเติบโตเพราะมีการขยายเตียงผู้ป่วย 24 เตียง ที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 ตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากผู้ป่วยโครงการภาครัฐในโรคหัวใจ
แต่หากเทียบไตรมาสแรกจะเห็นว่าลดลงเพราะไม่ใช่ฤดูกาลที่ผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการจึงน้อยกว่าไตรมาสอื่นๆ คาดรายได้ที่ 705.29 ล้านบาท โตขึ้น 9.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3.65% จากไตรมาสแรก และคาดกำไรสุทธิ 124.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.95% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 6.39% จากไตรมาสแรก
รายได้จากโครงการภาครัฐเติบโตดีมาก ณ สิ้นไตรมาสแรก ปี 2558 โครงสร้างรายได้ของ CHG 52% มาจากลูกค้าเงินสด ส่วนอีก 38% จากลูกค้าประกันสังคม และ 10% จากลูกค้าบัตรทอง หากพิจารณาจากการเติบโตจะเห็นว่าลูกค้าบัตรทองมีรายได้ 72 ล้านบาท โตสูงสุดถึง 45.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รองลงมาคือ รายได้ลูกค้าประกันสังคม 279 ล้านบาท โตขึ้น 16.5% ในขณะที่รายได้ลูกค้าเงินสด OPD ที่ 200 ล้านบาท โตขึ้น 6.8% และผู้ป่วยใน 181 ล้านบาท โตขึ้น 11.9% จากการเติบโตที่สูงของผู้ป่วยบัตรทองส่วนใหญ่ใช้บริการที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 ซึ่งเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ







