
จับตาการประชุม กนง.ไทย และตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ
โดย...พรวลี พิลาวรรณ
โดย...พรวลี พิลาวรรณ
ในสัปดาห์นี้คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวกรอบ 35.00-35.30 นับเป็นกรอบการเคลื่อนไหวที่อ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยมีประเด็นที่ควรจับตาสองประเด็นด้วยกัน คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ รวมถึงกสิกรไทยมองว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.5% ในการประชุมวันที่ 5 ส.ค.นี้ หลังค่าเงินบาทอ่อนค่าลงกว่า 6% เทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และ 7.7% เทียบกับสกุลประเทศคู่ค้าหลัก ลดแรงกดดันในการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง
ประกอบกับผลดีต่อเศรษฐกิจจากการลดอัตราดอกเบี้ยมีจำกัด เนื่องจากอาจไม่ทำให้ภาคธุรกิจลงทุนเพิ่มขึ้น เพราะอยากรอความชัดเจนและการนำร่องจากการลงทุนภาครัฐก่อน อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามมุมมองของคณะกรรมการในการประเมินภาพเศรษฐกิจไทย รวมไปถึงผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งอาจมีนัยต่อการตัดสินใจดำเนินนโยบายในการประชุมครั้งต่อไป
ส่วนประเด็นที่สองที่ต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐเดือน ก.ค. โดยเฉพาะการจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.25 แสนตำแหน่งในเดือนก.ค. จาก 2.23 แสนตำแหน่งในเดือน มิ.ย. ยังเป็นการเพิ่มขึ้นสูงกว่า 2 แสนตำแหน่งอยู่ ขณะที่ค่าจ้างน่าจะขยายตัวได้ 0.2% จากเดือนก่อนหน้าที่ไม่ขยายตัวเลย หากตัวเลขดังกล่าวเป็นไปตามคาดจะหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐเคลื่อนไหวแข็งค่า และกดดันให้สกุลเอเชียรวมถึงค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อไป
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเปิดตลาดที่ 34.88 และเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 34.82-34.93 จนถึงช่วงกลางสัปดาห์ ค่าเงินบาทและสกุลเงินเอเชียได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นจีนที่ลดลงกว่า 8% ภายใน 1 วัน ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยานักลงทุนหนุนความต้องการเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้สกุลเงินเอเชียในฐานะที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงเคลื่อนไหวอ่อนค่า โดยค่าเงินบาทยังได้รับแรงกดดันจากการส่งออกไทยในเดือน มิ.ย. ที่หดตัวเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันที่ 7.87% เมื่อเทียบเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว ทำให้ 6 เดือนที่ผ่านมาการส่งออกไทยหดตัว 4.84% นอกจากนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังยังปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2558 มาที่ 3% จาก 3.7% โดยมาจากการลดลงของการส่งออกเป็นสำคัญ
ช่วงกลางสัปดาห์ ที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐประเมินภาพเศรษฐกิจในเชิงบวกมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดแรงงาน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะสามารถเคลื่อนไหวไปที่ระดับเป้าหมาย 2% ได้ หลังจากปัจจัยราคาน้ำมันหมดไป แม้ว่าเฟดจะไม่ได้ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างชัดเจน แต่ตลาดตีความว่าเฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. หนุนให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า กดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าทะลุระดับ 35 ในช่วงที่ตลาดการเงินไทยปิดทำการ และยังได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากการรายงานจีดีพีของสหรัฐ ที่เร่งการขยายตัวขึ้นในไตรมาส 2 ที่ 2.3% จากไตรมาสแรกที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 0.6% ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 35.16 (วันศุกร์ 18.00 น.)
เงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.0971 หลังจากประเด็นเรื่องกรีซผ่อนคลายความกังวลไปแล้ว ตลาดจึงกลับมาสนใจเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดอีกครั้ง ช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นมาที่ 1.1128 แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ หลังดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเยอรมนีปรับเพิ่มขึ้นในเดือน ก.ค. และมากกว่าตลาดคาด อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรกลับมาอ่อนค่าตามรายงานการประชุมเฟด ที่สะท้อนว่าจะสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ประกอบกับการรายงานตัวเลขจีดีพีของสหรัฐที่บ่งชี้การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก กดดันให้เงินยูโรโน้มอ่อนค่าลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบสัปดาห์ที่ 1.0892 ก่อนจะรีบาวด์ขึ้นมาปิดตลาดที่ระดับ 1.0979
ส่วนเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 123.71 และเคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเล็กน้อยตามปัจจัยจากสหรัฐเป็นสำคัญ แม้ว่าจะมีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจากญี่ปุ่นบ้างประปราย ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่ากดดันให้เงินเยนเคลื่อนไหวไปที่ระดับที่อ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 7 สัปดาห์ที่ 124.58 ก่อนกลับมาเคลื่อนไหวระดับ 123.90-124.30 ในวันศุกร์







