posttoday
‘เด็มโก้’สดใส KPNซื้อวินด์ฯ

‘เด็มโก้’สดใส KPNซื้อวินด์ฯ

27 มิถุนายน 2558

DEMCO ยิ้มร่า กลุ่มเคพีเอ็นซื้อหุ้นวินด์ฯ ปลดล็อกแบงก์เบรกเงินกู้ ธุรกิจโตตามพลังงานทดแทนบูม

DEMCO ยิ้มร่า กลุ่มเคพีเอ็นซื้อหุ้นวินด์ฯ ปลดล็อกแบงก์เบรกเงินกู้ ธุรกิจโตตามพลังงานทดแทนบูม

นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เด็มโก้ (DEMCO) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัท วินด์ เอเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง (WEH) ในสัดส่วน 4% หรือใช้เงินทุนประมาณ 800 ล้านบาท กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเคพีเอ็น (KPN) เข้ามาซื้อหุ้นบริษัท รีนิวเอเบิล (REC) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 59.5% ในวินด์ฯ ว่า น่าจะปลดล็อกความกังวลของธนาคารพาณิชย์ในการสนับสนุนเงินกู้ลงได้ เพราะหลังการเข้ามาของกลุ่ม KPN ทำให้ความกังวลที่มีต่อผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมคือ นายนพพร ศุภพิพัฒน์ หมดไป ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดก็ทราบตามที่เป็นข่าวและผลของรายการซื้อหุ้นที่เกิดขึ้นจะส่งอานิสงส์เชิงบวกต่อ DEMCO ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นวินด์ฯ ด้วย ถ้าหากโครงการเดินหน้าต่อได้ แต่ยังไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็จะทำให้มีรายได้จากเงินลงทุนในอนาคต

ปัจจุบัน DEMCO ในฐานะผู้รับก่อสร้างโรงไฟฟ้าก็ยังมีการเติบโตที่ดีในงานก่อสร้าง ตราบใดที่ธุรกิจพลังงานทางเลือกโดยเฉพาะ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานด้านต่างๆ ยังเติบโตธุรกิจของบริษัทก็จะเติบโตตามไปได้ ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างรายได้ 70% มาจากการก่อสร้างและ 30% มาจากเงินลงทุน ขณะนี้มีงานในมือ 6,100 ล้านบาท และจะรับรู้เป็นรายได้ในงวดไตรมาส 2 และ 3 ประมาณ 3,600 ล้านบาท และอีก 2,500 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ในปี 2559

บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งได้ออกบทวิเคราะห์ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นในวินด์ฯ โดยกลุ่ม KPN เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ว่าจะส่งผลดีต่อ DEMCO เช่น บล.เอเซีย พลัส มองว่าราคาหุ้นของ DEMCO จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยตลาดได้ เพราะปัญหาถูกปลดล็อกและความโดดเด่นของโครงการที่เต็มมือ ผลักดันให้แนวโน้มกำไรปี 2558 เติบโตสูงโดยมองว่ากำไรจะเติบโต 34.4% จากปีก่อน และทำให้โครงการลงทุนต่างๆ ของ DEMCO เดินหน้าได้ตามแผน

ด้านหุ้น DEMCO โดดเด่นมากวันที่ 26 มิ.ย. ราคาปิดที่ 14.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท มูลค่าซื้อขายสูงสุดติดอันดับ 1 ใน 10 ส่วนตลาดหุ้นโดยรวมเคลื่อนไหวช่วงแคบๆ มาปิดที่ 1,518.03 จุด ลดลง 1.44 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 33,672.79 ล้านบาท ถือว่าแข็งแกร่ง เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศ เช่น จีน ดัชนี SSE Composite ปิดที่ 4,192.87 จุด รูดแรง 334.91 จุด คิดเป็น 7.40% ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็งร่วง 1.785 หรือ 481.88 จุด เพราะใกล้ถึงวันเส้นตายที่กรีซจะต้องชำระหนี้ก้อนมหึมา

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า หุ้นแกว่งตัวแคบนักลงทุนรอดูผลการเจรจาหาทางออกปัญหาหนี้กรีซ ซึ่งน่าจะตกลงกันได้และต้องระวังแรงกดดันผลประกอบการไตรมาส 2 ของหลายกลุ่มชะลอตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์และยังต้องติดตามปัญหาภัยแล้ง ซึ่งหุ้นส่วนหนึ่งในตลาดอยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร