
ยอดขายรถทรุดหนัก23เดือน
สอท.จ่อปรับเป้ายอดขายรถยนต์ในประเทศ หลังยอดขายทรุดติดต่อกัน 23 เดือน สถาบันการเงินเข้มปล่อยกู้
สอท.จ่อปรับเป้ายอดขายรถยนต์ในประเทศ หลังยอดขายทรุดติดต่อกัน 23 เดือน สถาบันการเงินเข้มปล่อยกู้
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การผลิตรถยนต์เดือน พ.ค.58 มีทั้งสิ้น 135,045 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 8.76% ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นกันที่ 18.3% อยู่ที่ 56,939 คัน ซึ่งเป็นการลดลง 23 เดือนติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือน ก.ค.2556 ทั้งนี้รวม 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) มียอดขายที่ 308,784 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 15.9% ขณะที่การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป พ.ค.58 อยู่ที่ 88,937 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 6.17% เนื่องจากมีการเปลี่ยนรุ่นรถกระบะของรถยี่ห้อหนึ่ง แต่ 5 เดือนส่งออก 499,299 คันเพิ่มขึ้น 9.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“เบื้องต้นยอดขายรถยนต์ในประเทศจากที่เคยตั้งเป้าไว้ระดับ 9.3 แสนคันในปีนี้คงจะต้องลดอยู่ในระดับ 8.5 แสนคัน แต่ตัวเลขส่งออกที่ตั้งเป้าไว้ 1.2 ล้านคันนั้นเท่าที่ดูไม่น่ามีปัญหาแต่อาจจะมากกว่านี้หรือไม่ก็คงจะขอประเมินอีกครั้ง” นายสุรพงษ์ กล่าว
สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ลดลงต่อเนื่องเป็นผลจากกำลังซื้อในประเทศชะลอตัวจากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำที่ยังไม่ฟื้นตัว การลงทุนและเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐยังไม่มากพอ โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่ยังมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เพราะกังวลเรื่องตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 80% ของจีดีพี สะท้อนได้จากยอดปฏิเสธคำขอสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์สูงถึง 40-50%
ทั้งนี้ ส.อ.ท.อยู่ระหว่างพิจารณาปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ ทั้งการลงทุนภาครัฐยังไม่เป็นไปตามที่ ปัญหาภัยแล้งยังซ้ำเติมกำลังซื้อในประเทศให้ชะลอตัวลง เพื่อนำมาประกอบการทบทวนตัวเลขคาดการณ์ยอดขายในประเทศปีนี้อีกครั้ง จากปัจจุบันคาดไว้ที่ 8.5 แสนคัน
ส่วนยอดส่งออกรถยนต์ที่ลดลงในเดือน พ.ค.นั้น เป็นผลพวงจากการเปลี่ยนรุ่นรถกระบะของรถยี่ห้อหนึ่งที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนมานานกว่า 10 ปี ส่งผลให้การส่งออกรถกระบะลดลงโดยเฉพาะในตลาดตะวันออกกลาง แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณคำสั่งซื้อจากลูกค้าตอบรับรถกระบะรุ่นใหม่เข้ามาแล้ว จึงมั่นใจว่าในเดือน มิ.ย.จะมียอดคำสั่งซื้อรถกระบะรุ่นใหม่เข้ามา ทำให้ยอดการส่งออกรถยนต์น่าจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติ จนทั้งปีสามารถส่งออกรถยนต์ได้ตามเป้าหมายหรือมากกว่า 1.2 ล้านคันเล็กน้อย







