
ฟิล์มกันรอยหด หันปั้นรุ่นพรีเมียม
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ฟิล์มกันรอย ถือว่าเป็นแอกเซสซอรี่แรกที่คนมีสมาร์ทโฟนต้องการ ถึงแม้ว่าระบบป้องกันหน้าจอของสมาร์ทโฟนทุกรุ่นจะสามารถรองรับสภาวะต่างๆ ของเครื่องได้ในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ก็ยังต้องการระบบป้องกันรอยขีดข่วนหน้าจอซ้ำอีกชั้นหนึ่งเพื่อความมั่นใจในการใช้งาน
อมรศักดิ์ แดงแสงทอง รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด บริษัท ดีพลัส อินเตอร์เทรด ผู้ผลิตและจำหน่ายฟิล์มกันรอยแบรนด์โฟกัส (Focus) กล่าวว่า คนทั่วไปมีอัตราเฉลี่ยการมองหน้าจออยู่ที่วันละ 7 ชั่วโมง ไม่นับคนที่ต้องทำงานจ้องหน้าจออย่างคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตหรือหน้าจอทีวีที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 10 ชั่วโมง โดยสมาร์ทโฟนถือว่าเป็นสินค้าที่เปล่งแสงสีฟ้าออกมามากที่สุด
“ด้วยปัจจัยเกี่ยวกับระยะการมอง ขนาดหน้าจอและใช้งานในภาวะแสงน้อย ทำให้คนไทยมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม ทำให้ต้องหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มารองรับปัญหาความต้องการของลูกค้าในส่วนนี้ โดยกระจกนิรภัยถนอมสายตานี้จะเข้ามาช่วยกรองแสงสีฟ้าที่กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำลายจอเซลล์ประสาทตา” อมรศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ หลังจากที่ได้ทดลองวางขายสินค้าฟิล์มกระจกนิรภัยถนอมสายตาเมื่อปีที่ผ่านมา พบว่าสามารถสร้างสัดส่วนยอดขายกว่า 15% เมื่อเทียบกับฟิล์มทั่วไป ที่มีส่วนแบ่งในตลาดถึง 85% ซึ่งขนาดของฟิล์มกันรอยสำหรับหน้าจอ 4 นิ้วขึ้นไป เป็นที่ต้องการของตลาดมากถึง 70% ที่เหลือเป็นฟิล์มขนาดต่างๆ
“การนำฟิล์มกระจกนิรภัยเข้ามาในตลาดนี้ จะเป็นการเพิ่มตัวสินค้าที่มีความเฉพาะกลุ่มเข้าไป ทำให้ราคาสินค้าจะค่อนข้างสูง ซึ่งหากผู้บริโภคทั่วไปไม่ได้กังวลถึงปัญหาเหล่านี้มากนัก ก็สามารถเลือกใช้ฟิล์มทั่วไปในราคาเฉลี่ยที่ 100 บาทตามท้องตลาดก็ได้ แต่จากข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพ ทำให้เราเห็นแนวโน้มความต้องการของสินค้าประเภทนี้มากขึ้น ถึงแม้ว่าสินค้ากลุ่มถนอมสายตาจะมีราคาเฉลี่ยในท้องตลาดอยู่ที่ 600 บาทขึ้นไป แต่ทางเราก็รับประกันว่าสามารถป้องกันปัญหาในแต่ละประเภทนั้นได้จริง” อมรศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตลาดอุปกรณ์เสริมและฟิล์มกันรอยช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าชะลอตัวกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจ ทำให้การตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์มือถือใหม่หรืออุปกรณ์เสริมอย่างแอกเซสซอรี่ประเภทหูฟังหรือพาวเวอร์แบงก์ลดน้อยลง ซึ่งผู้ประกอบการค้าปลีกหลายรายต้องปรับตัวในการบริหารจัดการสินค้าอย่างเหมาะสม
“สัดส่วนลูกค้าทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แบ่งเป็นฝ่ายละ 50% ซึ่งรายได้หลักของบริษัท มาจากฟิล์มกันรอย 60% อุปกรณ์เสริมต่างๆ 40% ซึ่งเราได้ตั้งเป้ารายได้ในกลุ่มฟิล์มกันรอยไว้ที่ 550 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 10% หากรวมรายได้ของทั้งบริษัทคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 800 ล้านบาท โดยจัดงบทำกิจกรรมตลาดทั้งปีไว้ 80 ล้านบาท แบ่งเป็นงบทำตลาดฟิล์มกระจก 20 ล้านบาท” อมรศักดิ์ กล่าว







