posttoday
‘ทีน่า ชูส์’ จากผู้ค้าสู่ผู้สร้างแบรนด์

‘ทีน่า ชูส์’ จากผู้ค้าสู่ผู้สร้างแบรนด์

23 มิถุนายน 2558

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

จากพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อรองเท้าที่ผลิตจากโรงงานมาส่งขายต่อให้ร้านค้าต่างๆ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องเปิดร้านค้าของตัวเองในสำเพ็ง พร้อมสร้างแบรนด์รองเท้า ทีน่า ชูส์ และรองเท้าเด็ก ภายใต้แบรนด์ ลาล่า บาย ทีน่า ที่ได้รับความนิยมในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งจากประเทศลาวและเมียนมา

โศภณ สัจจวัฒนกุล หนึ่งในผู้บริหารร้าน รองเท้า ทีน่า ชูส์ ที่สำเพ็ง เปิดเผยว่า ร้านได้เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลากว่า 8 ปีแล้ว จากเดิมเป็นตัวแทนจำหน่ายรองเท้า ก็พบว่า ผู้ผลิตรองเท้าก็เลือกที่จะจัดส่งสินค้าเอง ถือว่าการแข่งขันในตลาดเปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจก็ต้องปรับตัวให้รวดเร็ว จึงตัดสินใจเปิดร้านที่สำเพ็ง และเป็นธุรกิจครอบครัวที่ร่วมกันบริหารร้านค้า

พร้อมกับการเปิดร้านที่สำเพ็ง จึงหันมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง ภายใต้ชื่อ “ทีน่า ชูส์” (Tina Shoes) และรองเท้าเด็ก “ลาล่า บาย ทีน่า” (Lala by Tina) เพราะต้องการสร้างความแตกต่างให้แก่แบรนด์รองเท้า โดยสั่งมาจากโรงงานผลิตในไทย ที่เป็นโรงงานผลิตด้วยงานฝีมือ (แฮนด์เมด) เพราะเป็นงานที่ผลิตด้วยคุณภาพสูง เป็นช่างไทยที่มีฝีมือและเชี่ยวชาญการผลิตรองเท้ามายาวนาน

ส่วนรองเท้าเด็ก ยังได้มีการร่วมออกแบบรองเท้าเด็ก พร้อมมีโลโก้แบรนด์ ที่ได้ปรับโลโก้ใหม่ในเดือน มิ.ย.นี้ และเตรียมนำโลโก้ของสินค้าไปจดเครื่องหมายการค้า รวมทั้งปรับรองเท้าเด็กให้มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น เพราะเข้าใจว่าเด็กจะชื่นชอบแฟชั่นในแบบผู้ใหญ่ รวมทั้งศึกษารูปแบบและเทรนด์ของตลาดในต่างประเทศมาปรับใช้ในการออกแบบรองเท้ารุ่นต่างๆ

“เราต้องสร้างความแตกต่างให้แก่รองเท้า เพราะในสำเพ็งมีร้านรองเท้ากว่า 50 ร้านค้า จึงต้องปรับแบบรองเท้าเด็กใหม่ และให้รองเท้าร่วมปรับแบบรองเท้าตามที่ต้องการ เชื่อว่า การสร้างร้านให้มีเอกลักษณ์ มีความโดดเด่นและแบบใหม่จะช่วยเพิ่มการแข่งขัน ทำให้ลูกค้าชื่นชอบ และพบว่าลูกค้าต่างชาติในประเทศลาวและพม่า ชื่นชอบแบรนด์รองเท้าเด็กมาก” โศภณ

ขณะเดียวกัน การเปิดร้านตลอด 8 ปีที่ผ่านมาในสำเพ็งแห่งนี้ ก็มีทั้งร้านใหม่และคู่แข่งเพิ่มขึ้น รวมถึงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในช่วง 2-3 ปี ทำให้ลูกค้าลดลง ส่งผลให้บริษัทต้องปรับตัวหาลูกค้าใหม่ผ่านออนไลน์ และรักษาลูกค้าประจำให้ซื้อสินค้าต่อเนื่อง ด้วยการส่งแบบสินค้าใหม่ให้แก่ลูกค้า เพราะการรักษาลูกค้าประจำในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

รวมทั้งยังมีคู่แข่งจากประเทศจีนที่เน้นขายสินค้าราคาถูก แต่ร้านไม่เน้นแข่งขันด้านราคา เพราะไม่ส่งผลดีต่อตลาดระยะยาว และหากแข่งด้านราคาทุกคนจะกระทบทั้งหมด ทำให้ร้านค้าเลือกสินค้าที่มีคุณภาพมาจำหน่าย ส่งผลให้ลูกค้าประจำเลือกซื้อสินค้าสม่ำเสมอ พร้อมให้บริการทั้งการปรับเปลี่ยนแบบให้แก่ลูกค้า หากมีปัญหาซื้อสินค้าไปแล้วเกิดปัญหาด้านต่างๆ

ในเดือน ก.ค. จะย้ายร้านไปอยู่ที่ถนนวานิช เพื่อให้ลูกค้าที่เดินหาซื้อสินค้ามีความสะดวกมากขึ้น และเป็นร้านขนาดใหญ่ พร้อมปรับการออกแบบร้านใหม่ทั้งหมด รองรับการขยายกลุ่มลูกค้า รวมถึงมีความมั่นใจว่า เศรษฐกิจไทยกำลังจะกลับมาฟื้นตัวได้ในเร็วๆ นี้ และจะกระตุ้นให้ย่านการค้าสำเพ็งมีความคึกคักมากขึ้นไปด้วย

ชาญวิทย์ สัจจวัฒนกุล หนึ่งในผู้บริหารร้าน กล่าวว่า มาทำงานที่ร้านตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่เลือกเรียนภาคกลางคืน เพื่อมาทำงานที่ร้านตอนกลางวัน โดยการเปิดร้านในช่วงแรกมีลูกค้าไม่มากนัก เพราะเราเป็นร้านใหม่ในสำเพ็ง จึงต้องใช้เวลา ความเชื่อมั่น คุณภาพของสินค้า และความอดทน ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น และลูกค้าก็มั่นใจกับร้านของเรา

โสภณ กล่าวทิ้งท้ายว่า แบรนด์ ทีน่า ชูส์ และลาล่า พร้อมมีสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาด หากผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า สินค้ารองเท้าก็จะสามารถสร้างยอดขายได้ดีต่อเนื่อง สัดส่วนยอดขายจะมาจากคนไทย 70-80% และต่างชาติ 20-30% อีกทั้งในปัจจุบันที่เศรษฐกิจไม่ดีนัก ก็อย่าอยู่นิ่งที่จะทำธุรกิจ ต้องมุ่งมั่นทำงาน ขยัน พร้อมหาลูกค้าใหม่ตลอดเวลา ธุรกิจก็จะไปได้ดีแน่นอน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร