posttoday
เงื่อนไขการตัดสิน

เงื่อนไขการตัดสิน

19 มิถุนายน 2558

อันที่จริงคืนก่อนผมพยายามที่จะติดตามข่าวเกี่ยวกับการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในประเด็นเรื่องของการใช้นโยบายทางการเงิน นั่นก็คือ การที่ดอกเบี้ยจะขึ้นหรือไม่? หรือขึ้นเมื่อไร? เหตุผลที่สำคัญเนื่องจากผมเชื่อว่า ภาพตลาดหุ้นไทยที่แกว่งตัวในช่วงแคบมาพักใหญ่ต้องการปัจจัยในการชี้นำ โดยเฉพาะปัจจัยที่มีผลต่อการไหลของเงินที่เราเรียกว่า FUND FLOW ของนักลงทุนต่างประเทศ

อันที่จริงคืนก่อนผมพยายามที่จะติดตามข่าวเกี่ยวกับการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในประเด็นเรื่องของการใช้นโยบายทางการเงิน นั่นก็คือ การที่ดอกเบี้ยจะขึ้นหรือไม่? หรือขึ้นเมื่อไร? เหตุผลที่สำคัญเนื่องจากผมเชื่อว่า ภาพตลาดหุ้นไทยที่แกว่งตัวในช่วงแคบมาพักใหญ่ต้องการปัจจัยในการชี้นำ โดยเฉพาะปัจจัยที่มีผลต่อการไหลของเงินที่เราเรียกว่า FUND FLOW ของนักลงทุนต่างประเทศ

แน่นอนว่า เราอาจจะเห็นการลดบทบาทลงไปของนักลงทุนในประเทศ แต่ต้องยอมรับว่านักลงทุนในประเทศเองเล่นสั้นมากขึ้น นักลงทุนรายบุคคลคงไม่ต้องกล่าวถึง เพราะส่วนใหญ่เป็นการเก็งกำไรระยะสั้นอยู่แล้ว ส่วนพอร์ตโบรกเกอร์ก็เช่นกัน เนื่องจากค่าคอมม์ที่ต่ำกว่าบุคคลทั่วไป แม้จะมีการจัดระบบให้มีต้นทุนค่าคอมม์ แต่ก็ต้องยอมรับว่ากระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ก็คือ พอร์ตของนักลงทุนสถาบันซึ่งเดิมลงทุนระยะกลาง-ยาว ล่าสุด เทคนิคการทำการตลาดที่ดีที่สุดก็คือ การเปิดกองทุนที่เราเรียกกันว่า ทาร์เก็ตฟัน ซึ่งกรณีผลตอบแทนในการปิดกองคือ 8% การที่จะทำให้ฮิตทาร์เก็ตไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเราสามารถประเมินได้ว่า กรณี SET INDEX ปรับตัวขึ้นเพียง 20-30 จุด การที่จะทำให้หุ้นขึ้นสัก 4% มีความเป็นไปได้

และท่านนักลงทุนก็คงทราบว่า กรณีเล่นรอบสัก 2 รอบ ก็มีโอกาสที่กองทุนจะถึงเป้าหมายที่ 8% โดยเฉพาะกรณีภาพตลาดรวมมีการแกว่งตัว ซึ่งก็หมายถึงนักลงทุนสถาบัน ต้องหันกลับมาเล่นสั้นมากขึ้น เพราะการปิดกองทุนได้เร็วนั้นก็คือ การโชว์ฝีมือของผู้จัดการกองทุน และก็หมายถึงการธรรมเนียมในการออกกองทุนที่เพิ่มมากขึ้น เหตุผลดังกล่าว น้ำหนักของนักลงทุนต่างประเทศ และความมั่นใจของนักลงทุนรายบุคคลยังเป็นสิ่งที่จำเป็นแม้การพิจารณาการซื้อแยกประเภทยอดของนักลงทุนสถาบันและพอร์ตโบรกเกอร์ในปัจจบันยังสูงกว่าอดีตมากก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าการตัดสินใจของ FED ไม่ได้มีอะไรที่ชัดเจนมากขึ้น กล่าวคือ ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า ดอกเบี้ยจะขึ้นเท่าไร? หรือ ขึ้นเมื่อไร? มีแต่ความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่ามีการขึ้นแน่ๆ เพราะฉะนั้น ปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยในการชี้นำระยะสั้น จึงยังไม่มีความชัดเจน ปัญหาก็คือ แล้วปัจจัยอะไรต้องติดตาม ประเด็นของกรีซโดยส่วนตัวแล้วให้น้ำหนักน้อยเพราะปัญหาที่ใหญ่ในลักษณะเดียวกัน อย่างเช่น ซับไพร์ม ยังผ่านมาได้ และผลกระทบของกรีซ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นยังมีกรอบที่จำกัด

ส่วนปัจจัยในประเทศ ยังไม่มีประเด็นใหม่ แม้หน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานได้มีการปรับลดตัวเลขการส่งออกลง พร้อมๆ กับการปรับลดตัวเลข GDP แต่ก็ต้องเรียนว่า ก่อนหน้านี้ สำนักวิจัยต่างๆ ได้มีการปรับลดไปแล้ว มุมมองจึงไม่มีอะไรใหม่ และไม่น่าจะส่งผล สิ่งที่น่าจับตากลายเป็นหนี้ภาคครัวเรือน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาประกาศตัวเลขในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงขึ้นมาก และต้องเรียนว่า ตราบใดที่เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว หนี้ภาคครัวเรือนจะเพิ่มมากขึ้น การจะให้ตัวเลขดังกล่าวลดลงก็คือ การที่เศรษฐกิจต้องมีการฟื้นตัว และนี่ก็คือระเบิดเวลาที่รออยู่กรณีเศรษฐกิจไม่มีการฟื้นตัว

เพราะฉะนั้นโดยสรุป เราจะพบว่า แม้สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่เรารอคอย ก็คือ คาดว่า SET INDEX จะมีการ break out แต่ปรากฏว่ายังไม่มีปัจจัยที่มากพอในการทำให้ SET INDEX มีการ break out ได้ สิ่งที่ทำได้ก็คือ การประเมินในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิค โดยการต่ำกว่า 1,500 ลง (ยืนยันโดยการต่ำกว่า 1,476-1,480) สูงกว่า 1,520 ขึ้น (ยืนยันด้วยการผ่าน 1,536) เมื่อปัจจัยชี้นำไม่ชัดเจน ก็จำเป็นต้องตั้งเงื่อนไขด้วยการใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค?

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่