
‘กีวี’ พร้อมปักหลักไทย สยายปีกรุกซีแอลเอ็มวี
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
อาเซียนและนิวซีแลนด์มีความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกันมายาวนานจากเดิมที่เน้นตลาดอาเซียนเก่า ได้ขยายความสัมพันธ์มายังกลุ่มอาเซียนใหม่ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตสูง
รูเบ็น เลเวอร์มอร์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลาย มีโอกาสทางการค้า การลงทุนมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการในปีนี้ ซึ่งในอนาคตจะมีการมองอาเซียนเป็นกลุ่มประเทศ ทำให้นักธุรกิจนิวซีแลนด์สนใจมาทำธุรกิจในภูมิภาคนี้มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนนิวซีแลนด์จะเน้นทำการค้า การลงทุนกับสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยมาก เนื่องจากมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจ มีกฎระเบียบ กฎหมายที่ชัดเจน มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อม และมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ สามารถสร้างความเชื่อมมั่นให้นักลงทุนได้ดี โดยในด้านการค้าในปี 2556 นิวซีแลนด์ทำการค้ากับมาเลเซียเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นสิงคโปร์ ไทย และอินโดนีเซีย
แต่หลังจากนี้ นิวซีแลนด์จะให้ความสำคัญกับประเทศกลุ่มกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนามมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันแม้จะยังมีการทำธุรกิจในประเทศดังกล่าวน้อยอยู่ แต่เชื่อว่าในอนาคตจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
โดยนิวซีแลนด์มีความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) มายาวนาน แต่เป็นความช่วยเหลือด้านการศึกษา
สำหรับไทยถือเป็นศูนย์กลางของจีเอ็มเอส นักลงทุนนิวซีแลนด์สามารถใช้ไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ในภูมิภาค และกระจายการค้าการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านของไทย ซึ่งไทยมีความเหมาะสมและพร้อมที่จะรองรับการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ได้ เพราะมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมและมีนโยบายที่ดี
ขณะเดียวกันไทยยังมีนโยบายการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จัดว่าเป็นนโยบายที่ดีมาก เพราะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการค้าชายแดนที่เติบโตเป็นประโยชน์ต่อบริษัทขนาดเล็กที่จะเข้ามาทำธุรกิจชายแดนอย่างมาก โดยเชื่อว่านโยบายดังกล่าวจะทำให้การค้าชายแดนจากไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่เป็นตัวดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งนักธุรกิจนิวซีแลนด์ก็ให้ความสนใจ รวมทั้งจะช่วยให้เกิดการสร้างงานใหม่ๆ ให้คนไทยและประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำเขตส่งเสริมการส่งออกปลอดภาษี ที่นักลงทุนสามารถนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศมาประกอบในเมืองไทย และส่งออกต่อไปยังตลาดเป้าหมายต่างๆ ก็เป็นนโยบายที่ดีเหมาะแก่การลงทุน
อย่างไรก็ตาม การลงทุนทำธุรกิจในจีเอ็มเอสต้องขึ้นอยู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศด้วย ว่าจะมีการพัฒนาได้มากน้อยแค่ไหน โดยไทยจะมีบทบาทเป็นตัวช่วยพัฒนาประเทศเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี
สำหรับกฎระเบียบทางการค้าของไทยที่นิวซีแลนด์มองว่ายังเป็นอุปสรรคอยู่ คือ สินค้าบางประเภทยังมีการจำกัดโควตานำเข้าสินค้า ซึ่งกำแพงการกีดกันทางการค้าเหล่านี้ต้องการให้หมดไป รวมถึงมาตรการทางภาษีต่างๆ และเปิดเสรีด้านการลงทุนในภาคบริการ
อีกทั้งยังต้องการความมั่งคงทางการเมืองในระยะยาว เพราะการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจไทยไม่ขยายตัวเท่าที่ควรและส่งผลต่อภาคธุรกิจ แต่นักลงทุนนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่ทำธุรกิจในไทยมานานเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
“บริษัทจากนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กแต่มีคุณภาพ จะเลือกลงทุนในตลาดที่มีโอกาสมากที่สุด ไม่สามารถลงทุนพร้อมๆ กันในทุกประเทศได้ ที่ไหนมีโอกาส และมีความพร้อมก็จะพิจารณาไปลงทุนก่อน” เลเวอร์มอร์ กล่าว
ปัจจุบันอาเซียนเป็นคู่ค้าสำคัญของนิวซีแลนด์ โดยมีสัดส่วนการส่งออก 10% ของการส่งออกรวมของประเทศนิวซีแลนด์ มีมูลค่ารวม 1.28 หมื่นล้านเหรียญนิวซีแลนด์ ในปี 2556
ปี 2558 นี้เป็นปีครบรอบความสัมพันธ์ 40 ปี นิวซีแลนด์-อาเซียน ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน และจัดการประชุมสุดยอดสมัยพิเศษนิวซีแลนด์-อาเซียนในเดือน พ.ย.นี้ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะมีการมอบรางวัลให้บุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างนิวซีแลนด์และอาเซียน โดยมีชาวไทย 4 คนได้รับรางวัลนี้ด้วย







