posttoday
เปิดโครงการลงทุนก้อนโต มิ.ย.2558

เปิดโครงการลงทุนก้อนโต มิ.ย.2558

18 มิถุนายน 2558

คตร.ไฟเขียว 59 โครงการรัฐมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท รวมหมื่นล้านเดินหน้าลงทุนจี้เร่งทำสัญญาภายใน มิ.ย. เผยมี 38 โครงการ 4,700 ล้าน ต้องปรับแผนผันงบไปลงโครงการที่เหมาะสมกว่า

คตร.ไฟเขียว 59 โครงการรัฐมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท รวมหมื่นล้านเดินหน้าลงทุนจี้เร่งทำสัญญาภายใน มิ.ย. เผยมี 38 โครงการ 4,700 ล้าน ต้องปรับแผนผันงบไปลงโครงการที่เหมาะสมกว่า

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2558 ได้มีมติเห็นชอบโครงการลงทุนชุดใหญ่ของส่วนราชการต่างๆ วงเงินร่วม 2.5 หมื่นล้าน โดยให้ลงนามในสัญญาผูกพันภายในเดือน มิ.ย.นี้

มติดังกล่าวได้อนุมัติตามที่ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้เสนอให้พิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีโครงการที่มีงบประมาณตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป  ซึ่ง คตร. ได้พิจารณาแล้วและเห็นชอบให้เดินหน้าลงทุนต่อโดยไม่ต้องปรับแผนงบประมาณ 59 โครงการ รวมมูลค่าลงทุน 10,314.04 ล้านบาท  โดยให้ทำสัญญาผูกพันทันทีในเดือนนี้

ข้อเสนอของ คตร. ดังกล่าวมาจากกรณีที่ ครม. เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ได้มีมติให้ทุกส่วนราชการ รวบรวมโครงการที่ไม่สามารถเริ่มงานหรือก่อหนี้ได้ทัน ต้องเสนอรัฐมนตรีที่รับผิดชอบพิจารณาเหตุผลความจำเป็นว่า จะทำโครงการต่อหรือปรับแผนงาน และแผนการใช้จ่ายงบประมาณไปทำโครงการอื่นที่มีความจำเป็นแทนภายในเดือน มิ.ย.58 และให้ลงนามผูกพันงบประมาณภายในเดือน ก.ค.58  ซึ่งในภาพรวมมีโครงการที่เข้าข่ายดังกล่าวรวม วงเงินรวมกว่า 76,462 ล้านบาท แยกเป็นโครงการที่มีงบประมาณต่ำกว่า 50 ล้านบาท เป็นวงเงิน 46,017.945 ล้านบาท และโครงการที่มีงบประมาณตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 188 โครงการ จาก  25 หน่วยงาน วงเงินรวม 30,444.055 ล้านบาท

นอกจากนี้ คตร.ยังพบว่า โครงการที่ได้ลงนามในสัญญาแล้ว จำนวน 91 โครงการ วงเงิน 15,369.82 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ เพราะส่วนราชการไม่ได้บันทึกใบสั่งซื้อหรือสัญญา (พีโอ) ลงในระบบ และกรณีการโอนงบประมาณเบิกจ่ายแทนยังไม่มีการโอนในระบบได้เสร็จสิ้น คตร. จึงเสนอให้ส่วนราชการเร่งทำให้เสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้

ส่วนโครงการที่ไม่พร้อมลงนามสัญญาในเดือน มิ.ย.นี้ จำนวน 38 โครงการ วงเงิน 4,760.19 ล้านบาท ส่วนราชการที่รับผิดชอบต้องเสนอให้กระทรวงเจ้าสังกัดไปปรับแผนงบประมาณ เพื่อมาใช้ในโครงการอื่นที่มีความจำเป็นแทน

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ชี้แจงรายละเอียดของโครงการลงทุนที่จะเร่งทำสัญญา แบ่งออกเป็นฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มี 1 โครงการ เป็นการก่อสร้างอาคารของกระทรวงยุติธรรม อาคารของสำนักงานอัยการสูงสุดประมาณรวม 50 ล้านบาท    

โครงการของฝ่ายความมั่นคง มี 17 โครงการ วงเงิน 5,013.24 ล้านบาท โดยเป็นของกระทรวงกลาโหม 2 โครงการ มูลค่า 194.1 ล้านบาท โครงการของกระทรวงมหาดไทย 14 โครงการ มูลค่า 4,687.37 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธรณภัย 3,055.77 ล้านบาท โครงการของกรมที่ดิน 1,080 ล้านบาท  กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 487.12 ล้านบาท และสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทยมี 64.48 ล้านบาท

ส่วนรัฐวิสาหกิจในการดูแลของกระทรวงมหาดไทยคือการประปาส่วนภูมิภาคและองค์การจัดการน้ำเสียมีการลงทุน มีการลงทุนรวม 131.77 ล้านบาท 67.12 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่โครงการจากฝ่ายเศรษฐกิจ มี 21 โครงการ วงเงินรวม 2,352.03 ล้านบาท เป็นโครงการของกระทรวงการคลัง 2 โครงการ มูลค่ารวม  142.04 ล้านบาท ได้แก่ งานก่อสร้างด่านศุลกากรจังหวัดนครพนมแห่งใหม่ 67.67 ล้านบาท โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบสถิติสินค้าและคลังข้อมูล 74.37 ล้านบาท กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา 1 โครงการ 100 ล้านบาท กระทรวงเกษตรฯ  4 โครงการ 295.83 ล้านบาท กระทรวงวิทยาศาสตร์ 1 โครงการ  73.9 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ 5 โครงการ มูลค่ารวม 359.10 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข 3 โครงการ มูลค่ารวม 213.03 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจคือการเคหะแห่งชาติ 222.48 ล้านบาท

สุดท้ายกลุ่มโครงการลงทุนของหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีมูลค่าลงทุนรวม 2,025.33 ล้านบาท เป็นโครงการของสภากาชาดไทย 4 โครงการ มูลค่ารวม 608.48 ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3 โครงการ มูลค่ารวม  316.85 ล้านบาท  กรมประชาสัมพันธ์2 โครงการมูลค่ารวม 1,100 ล้านบาท

ด้านโครงการที่ไม่พร้อมลงนามและต้องผันงบประมาณไปลงทุนในโครงการอื่นที่เหมาะสมต่อไป 38 โครงการมูลค่ารวม 4,760.19 ล้านบาทนั้น เป็นโครงการของฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 1 โครงการ มูลค่า 143.07 ล้านบาท  ฝ่ายต่างประเทศและกิจการอื่นๆ 3 โครงการ  479.95 ล้านบาท

โครงการของฝ่ายความมั่นคง 11 โครงการ มูลค่า 1,082.71 ล้านบาท โครงการของฝ่ายเศรษฐกิจ 10 โครงการ 1,029.95 ล้านบาท  ฝ่ายสังคมวิทยา 13 โครงการ มูลค่า 2,075.76 ล้านบาท และฝ่ายที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี 6 โครงการ มูลค่า 1,237.69 ล้านบาท

นี่คือการเปิดท่ออัดเงินงบประมาณลงระบบเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ผงกหัว

               

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่