
ตลาดเกิดใหม่แห่ใช้เทคโนโลยี
เอสเอ็มอีตลาดเกิดใหม่เอเชียนิยมใช้เครื่องมือออนไลน์ทำธุรกิจแซงชาติพัฒนาแล้ว
เอสเอ็มอีตลาดเกิดใหม่เอเชียนิยมใช้เครื่องมือออนไลน์ทำธุรกิจแซงชาติพัฒนาแล้ว
ออร์แกไนซ์ โซลูชั่น บริษัทวิจัยในสิงคโปร์ร่วมกับไมโครซอฟท์ เปิดเผยผลการศึกษาธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กใน 10 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งไม่รวมจีนและอินเดีย พบว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคดังกล่าวใช้เครื่องมือออนไลน์ เช่น สไกป์ ดรอปบ็อกซ์ และวอตส์แอพในการทำธุรกิจมากกว่าเอสเอ็มอีในประเทศพัฒนาแล้ว
ผลการสำรวจพบว่า เวียดนามและฟิลิปปินส์นั้นเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคที่มีการใช้เครื่องมือออนไลน์ในการทำธุรกิจ โดย 80% ของธุรกิจรายย่อยในสองประเทศมีการใช้ถึง 4-5 เครื่องมือเลยทีเดียว ซึ่งรวมถึงการใช้อีเมล โซเชียลเน็ตเวิร์ก การแบ่งปันไฟล์ การรวมเอกสารออนไลน์ และการประชุมทางไกล ขณะที่เอสเอ็มอีในออสเตรเลียใช้เครื่องมือ 4-5 เครื่องมือ เพียง 35% ส่วนไต้หวันอยู่ที่ 40% เท่านั้น
รายงานระบุถึงสาเหตุที่ทำให้เอสเอ็มอีในตลาดเกิดใหม่เอเชียใช้เครื่องมือออนไลน์มากกว่า ว่ามาจาก 2 สาเหตุ ได้แก่ หนึ่ง บริษัทในเวียดนามอาจจะใช้สไกป์ในการประชุมทางไกลเพราะมีราคาถูกและลูกจ้างคุ้นเคยใช้การใช้สไกป์กับครอบครัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขณะที่ธุรกิจในไต้หวันอาจจะยังใช้การโทรศัพท์เพื่อประชุม เนื่องจากว่าบริษัทได้ลงทุนโครงข่ายการประชุมทางโทรศัพท์ (คอนเฟอเรนซ์ บริดจ์) หรือมีนโยบายความปลอดภัยที่ไม่ให้ใช้เครือข่ายเปิด
ขณะสาเหตุที่สอง คือ ปัญหาสภาพการจราจรในเมืองต่างๆ เช่น มะนิลา จาการ์ตา และกรุงเทพฯ ที่ส่งผลให้บรรดาลูกจ้างจำเป็นต้องสามารถทำงานได้ง่ายมากขึ้นในสภาวะดังกล่าว
“นี่อาจเป็นภาวะการพัฒนาของประเทศ อาจเป็นที่ว่าเฉพาะบางประเทศที่มีขนบในรูปแบบการประชุมมากกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งพวกเขา (เอสเอ็มอีในตลาดเกิดใหม่) ยืดหยุ่นมากกว่า และเต็มใจกว่าที่จะลองและใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ” เจมส์ อีริง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของออร์แกไนซ์ โซลูชั่น ระบุ
กระนั้นก็ตาม การทำงานโดยใช้เครื่องมือออนไลน์เพื่อช่วยทำงานให้ง่ายมากขึ้นไม่ได้สะท้อนถึงผลิตภาพของธุรกิจที่เพิ่มขึ้น อันจะเห็นได้จากดัชนีความสามารถในการแข่งขันโลกของเวิลด์ อีโคโนมิก
ฟอรั่ม ปี 2014-2015 พบว่าเวียดนามอยู่ในอันดับที่ 68 จาก 144 ประเทศ ขณะที่สิงคโปร์อยู่อันดับที่ 2 และไต้หวันอยู่ที่ 14







