
โลกาภิวัตน์ต่างระดับ ความท้าทายเสรีอาเซียน
เหลือเวลาอีกเพียง 7 เดือน หรือครึ่งปีเศษ ไทยและอีก 9 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็จะเดินทางข้ามผ่านกระแสโลกาภิวัตน์ไปอีก 1 ขั้น
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
เหลือเวลาอีกเพียง 7 เดือน หรือครึ่งปีเศษ ไทยและอีก 9 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็จะเดินทางข้ามผ่านกระแสโลกาภิวัตน์ไปอีก 1 ขั้น สู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัว
แม้ภายใต้แผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียนเสาต่างๆทั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (เอพีเอสซี) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (เอเอสซีซี) จะมีแผนงานที่มุ่งไปสู่ความเสรีของภูมิภาคด้านต่างๆ เช่น การเคลื่อนย้ายสินค้า แรงงาน เงินทุนอย่างเสรี แต่จากการวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับความเสรีนั้น พบว่าระดับความเสรีของ 10 ชาติอาเซียนยังแตกต่างกันมาก
สถาบันเศรษฐกิจสวิส KOF ได้จัดทำดัชนีโลกาภิวัตน์ประจำปี 2558 โดยเก็บข้อมูลดิบในปี 2555 มาวิเคราะห์ประเทศต่างๆ 207 ประเทศทั่วโลก ผ่าน 3 มิติหลักด้านโลกาภิวัตน์ ได้แก่ ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม
มีประเด็นย่อยๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจ ข้อห้ามด้านเศรษฐกิจ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม
สำหรับคะแนนภาพรวมของอาเซียนนั้น สิงคโปร์มีดัชนีโลกาภิวัตน์สูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ด้วยคะแนน 87.49 คะแนน ตามด้วยมาเลเซียในอันดับที่ 26ได้ 79.05 คะแนน ขณะที่ไทยเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาค และอันดับที่ 41 ของโลก ด้วยคะแนน 71.02 คะแนน
อย่างไรก็ตาม แม้อาเซียนจะมีประเทศที่เสรีมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่หลายประเทศในอาเซียนก็ยังได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มท้ายๆ ของโลก โดยเฉพาะพม่าและลาว ซึ่งได้อันดับที่ 177 และ 188 ของโลกในการจัดอันดับปีนี้
หากเจาะไปในด้านที่อาเซียนพยายามผลักดันมากที่สุดอย่างด้านเศรษฐกิจ ดัชนีดังกล่าวพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ขอบเขตการค้าชายแดน การลงทุนและรายได้ไหลเข้า-ออกคิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพี สิงคโปร์ยังคงเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาค พร้อมกับเป็นอันดับ 1 ของโลกด้วย 95.69 คะแนน ส่วนไทยเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาค รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน รวมถึงเป็นอันดับ 46 ของโลกด้วย 71.55 คะแนน
ขณะที่ประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวีนั้น กัมพูชาและเวียดนามขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 69 และ71 ของโลก ด้วยคะแนน 62-63 คะแนน เช่นเดียวกับพม่าที่ขึ้นมาอันดับ 120 ของโลก แต่สำหรับลาวรั้งท้ายภูมิภาคด้วยอันดับ 180 ของโลก
สำหรับมิติโลกาภิวัตน์ด้านสังคมนั้น ดัชนีดังกล่าววิเคราะห์จากการติดต่อทางโทรศัพท์และจดหมายข้ามพรมแดน จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออก จำนวนประชากรชาวต่างชาติในประเทศนั้นๆ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต รายการโทรทัศน์ และสื่อโฆษณาของสินค้าต่างชาติ
ผลปรากฏว่า อันดับ 1 ของภูมิภาคยังคงเป็นสิงคโปร์ ด้วยตำแหน่งอันดับ 2 ของโลก 90.83 คะแนน ตามด้วยมาเลเซีย อันดับ 34 ของโลก 74.65 คะแนน
ส่วนไทยเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาค และอันดับ 63 ของโลก 62.93 คะแนน ถือเป็นด้านที่ไทยได้คะแนนต่ำสุด เมื่อเทียบกันใน 3 ด้าน เช่นเดียวกับอีก 6 ประเทศที่เหลือ ที่ยังไม่ค่อยเสรีในด้านสังคม สังเกตได้ว่าตั้งแต่อันดับ 5 ของภูมิภาคอย่างฟิลิปปินส์ ก็ตำแหน่งถอยลงมาอยู่อันดับที่ 129 ส่วนประเทศอื่นๆ นั้นอยู่อันดับตั้งแต่ 141-200
ด้าน อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วิเคราะห์ว่า ผลการจัดอันดับที่ออกมาไม่น่าแปลกใจมากนัก เพราะเป็นไปโดยสอดคล้องกับระดับการพัฒนาของประเทศต่างๆ ในอาเซียน คือ นำโดยสิงคโปร์ ตามด้วยมาเลเซีย ไทย และมีประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวีรั้งท้าย
ทั้งนี้ หากนำข้อมูลปัจจุบันมาพิจารณาประกอบ จะพบว่าหลายประเทศในอาเซียนก็เริ่มมีการพัฒนาด้านต่างๆ มากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทักษะแรงงานของคนเวียดนามมีอัตราเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค แม้กระทั่งทักษะด้านกีฬาของคนเวียดนามก็ยังสูงขึ้นด้วย ดังจะเห็นได้จากผลงานของเวียดนามในซีเกมส์ครั้งนี้
อย่างไรก็ดี อาเซียนยังคงต้องคุยกันเรื่องเดิมๆ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขและการเชื่อมโยงเข้าหากัน 100% เช่น กฎหมายภายในประเทศหลายฉบับที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการรวมตัวกัน ภายในช่วงก่อนเปิดประชาคมอาเซียนอาจยังทำไม่ได้ แต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 นี่ก็คงถือเป็นจุดเริ่มต้น เชื่อว่าอาเซียนจะยังรวมตัวกันได้ เพียงแต่ต้องให้เวลาในการปรับตัว
“4 ประเทศสมาชิกใหม่ หรือซีแอลเอ็มวี จะค่อยๆ แก้ไขเรื่องต่างๆ รวมถึงค่อยๆ เขยิบขึ้นมา เรื่องสำคัญคือ 6 ประเทศสมาชิกเดิม จะทิ้ง 4 ประเทศนี้ไปไม่ได้ เพราะยิ่ง 4 ประเทศนี้พัฒนาและเชื่อมโยงกับทั้งอาเซียนได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลดีกลับมาสู่อีก 6 ประเทศมากเท่านั้น”
ขณะที่ The Leasted Develop ment Report 2014 ของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ซึ่งเก็บข้อมูลประเทศพัฒนาน้อยทั่วโลก รวมถึงกัมพูชา ลาว และพม่า ระบุว่า ลาวและพม่าเป็นประเทศกลุ่มผู้ส่งออกทั้งภาคการผลิตและภาคบริการที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มเดียวกัน ในขณะที่ภาพรวมประเทศกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง
นอกจากนี้ ในบรรดาประเทศพัฒนาน้อยที่สุดทั้งหมด ลาวถือเป็นประเทศเดียวที่ก้าวขึ้นมาสู่เส้นทางที่จะไปถึงเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) ครบทั้ง 7 เป้าหมาย สะท้อนถึงการเติบโตที่เด่นชัดขึ้นของลาว







