
ธปท.ชี้เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงในครึ่งปีหลัง
ธปท.ชี้เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.ที่ออกมาสูงขึ้น สะท้อนทิศทางเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง ส่งผลให้จำเป็นต้องพิจารณานโยบายดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง
ธปท.ชี้เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.ที่ออกมาสูงขึ้น สะท้อนทิศทางเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง ส่งผลให้จำเป็นต้องพิจารณานโยบายดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ สายเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ระดับอัตราเงินเฟ้อในเดือนมิ.ย.ที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศออกมาในเดือนมิ.ย.ปีนี้ ซึ่งเงินเฟ้อทั่วไปที่ 3.3% จากเดือนก่อนหน้า 3.5% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 1.1% จากเดือนก่อนหน้า 1.2% สาเหตุที่เงินเพราะอยู่ในระดับสูงน่าจะเป็นเพราะแรงกดดันเงินเฟ้อในระบบยังมีอยู่ต่อเนื่อง สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อในครึ่งปีหลังว่าน่าจะสูงขึ้นได้
“เงินเฟ้อที่ออกมาในเดือนมิ.ย.นี้ต้องยอมรับว่าระดับเงินเฟ้อทั่วไปสูงกว่าที่ธปท.เราคาดไว้ น่าจะเป็นเพราะราคาผัก อาหาร ผลไม้ สินค้าเกษตร รวมทั้งหมวดพลังงานเชื้อเพลิงสูงขึ้น เงินเฟ้อจึงไม่ได้ลดลงอย่างที่คิดไว้ แต่ในส่วนของเงินเฟ้อทั่วไปถือว่าอยู่ในระดับที่เรามองไว้ แต่ทั้งปีเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ในกรอบเป้าหมาย 0.5-3% ได้หรือไม่ยังต้องติดตามดูการฟื้นตัวเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะต่อไปประกอบด้วย” นายบัณฑิตกล่าว
นายบัณฑิต เปิดเผยว่า ถ้าเศรษฐกิจฟื้นตัวในทิศทางที่ดีต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งปีหลังแรงกดดันเงินเฟ้อน่าจะมีอยู่ ถึงแม้ว่าตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อที่ไม่สูงขึ้นให้เห็นเพราะมีมาตรการอุดหนุนค่าครองชีพภาครัฐคุมราคาไว้ก็ตาม แต่แรงกดดันเงินเฟ้อยังมี เพราะฉะนั้นในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) วันที่ 14 ก.ค.นี้ เพื่อพิจารณาดอกเบี้ยนโยบายจำเป็นต้องตัดสินใจให้รอบครอบ พิจารณาข้อมูลดัชนีหลายๆตัวให้มากขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25% ซึ่งอยู่ในระดับต่ำเป็นพิเศษ เพราะช่วงที่ผ่านมาภาวะเศรษฐกิจชะลอจำเป็นต้องกระตุ้นด้วยนโยบายการเงินและการคลัง







