
เงินกู้ กยศ.
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2539 เริ่มให้กู้ยืมครั้งแรกในปีการศึกษา 2539 วัตถุประสงค์เพื่อให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพ ระหว่างศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา เพื่อให้ได้โอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง ช่วยแบ่งเบาภาระด้านการเงินของผู้ปกครอง และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติ โดยมุ่งหวังว่าผู้กู้ยืมจะเล่าเรียนจนสำเร็จตามหลักสูตร มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รวมถึงมีจิตสำนึกในการชำระหนี้คืน เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับรุ่นน้องต่อไป
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2539 เริ่มให้กู้ยืมครั้งแรกในปีการศึกษา 2539 วัตถุประสงค์เพื่อให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพ ระหว่างศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา เพื่อให้ได้โอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง ช่วยแบ่งเบาภาระด้านการเงินของผู้ปกครอง และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติ โดยมุ่งหวังว่าผู้กู้ยืมจะเล่าเรียนจนสำเร็จตามหลักสูตร มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รวมถึงมีจิตสำนึกในการชำระหนี้คืน เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับรุ่นน้องต่อไป
จากข้อมูล กยศ.พบว่า ตั้งแต่ปี 2539 ที่เริ่มโครงการถึงปีงบประมาณ 2556 กยศ.ได้รับงบรวม 3.78 แสนล้านบาท ขณะที่กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต หรือ กรอ.ได้งบกว่า 2.25 หมื่นล้านบาท รวม 2 กองทุน ได้งบ 4 แสนล้านบาท จำนวนผู้กู้รวมกว่า 4 ล้านราย
ขณะที่การชำระหนี้งวดปี 2556 มีผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 2.6 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้ที่ครบกำหนด 5.8 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้ไม่มาชำระหนี้กว่า 5.24 แสนราย คิดเป็น 20% ส่วนการชำระต่ำกว่าเกณฑ์มีสูงถึง 1.13 ล้านราย คิดเป็น 44% ขณะที่ชำระตามเกณฑ์มีเพียง 4.52 แสนราย คิดเป็น 17% และผู้ที่ชำระสูงกว่าเกณฑ์มีราว 4.7 แสนราย คิดเป็น 18% นอกจากนี้ยังมีลูกหนี้ที่เสียชีวิตไปแล้ว 2.5 หมื่นราย คือ 1% โดย กยศ.พยายามหาวิธีทั้งรณรงค์การสร้างจิตสำนึกการชำระหนี้ รวมทั้งจะนำข้อมูลประวัติการชำระเงินผู้กู้ กยศ. ส่งให้เครดิตบูโรภายในปี 2561
ก่อนหน้านี้ กยศ.กำหนดหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้กู้ยืมทั้งรายเก่าและรายใหม่ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่น้อยกว่า 2.00 และต้องมีหลักฐานแสดงถึงการเข้าร่วมโครงการจิตอาสา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปีการศึกษา 2558 แต่ล่าสุดต้องเลื่อนการใช้หลักเกณฑ์ใหม่ออกไปเป็นปีการศึกษา 2559
สาเหตุที่เลื่อนเพราะกังวลว่าหลักเกณฑ์ใหม่อาจจะไม่ยุติธรรมและตัดอนาคตของเด็ก ทำให้นักศึกษาจำนวนมากหมดสิทธิกู้เงิน กยศ. แต่ กยศ.ยืนยันไม่ยกเลิกหลักเกณฑ์ดังกล่าวแน่นอน เพราะเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพในการเรียนให้แก่นักศึกษา เพราะหากกู้ยืมเงินแล้วเรียนอย่างไม่มีคุณภาพ จบออกมาไม่มีงานทำ ก็จะไม่มีเงินคืนกองทุน และจะส่งผลกระทบต่อรุ่นน้องที่ยากจน ทำให้ไม่มีเงินกู้ยืมเรียนต่อด้วย







