
ดึงเหล็กเข้าบัญชีสินค้าอ่อนไหว
กรมการค้าภายในดึง “สินค้าเหล็ก” เข้าบัญชีสินค้าอ่อนไหว ป้องกันฉวยโอกาสขึ้นราคา
กรมการค้าภายในดึง “สินค้าเหล็ก” เข้าบัญชีสินค้าอ่อนไหว ป้องกันฉวยโอกาสขึ้นราคา
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมจะนำสินค้าเหล็กเข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าอ่อนไหว (SL) จากเดิมที่อยู่ในบัญชีจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) หรือต้องติดตามราคาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการสินค้าเหล็กทุกชนิด ทั้งผู้ผลิตและตัวแทนจัดจำหน่ายต้องรายงานราคาขายเหล็ก เช่น เหล็กเส้น เหล็กแผ่น และเหล็กรูปพรรณ มาที่กรมทุกวัน เพื่อที่กรมจะได้ทราบราคาจำหน่ายเหล็กตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องนำสินค้าเหล็กมาอยู่ในบัญชีสินค้าอ่อนไหว เนื่องจากในการประชุมร่วมกับผู้ผลิตและผู้ใช้เหล็กในประเทศที่ผ่านมา ผู้ใช้เหล็กในประเทศร้องเรียนว่าการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) เหล็กนำเข้าจากต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ อาจทำให้ผู้ค้าเหล็กในประเทศฉวยโอกาสขึ้นราคาตามมา
“ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าเหล็กที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเรียกเก็บอากรเอดีกับผู้นำเข้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ผลิตเหล็กในประเทศ แต่การเก็บอากรอาจมีผลทำให้ราคาขายเหล็กนำเข้าสูงขึ้น และผู้ประกอบการเหล็กในประเทศอาจฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาขายตามได้” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว
นายบุณยฤทธิ์ ระบุว่า กรมยังขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้จำหน่ายเหล็กในราคาที่เหมาะสมกับต้นทุน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงมาก และมีผลทำให้ราคาสินค้าเหล็กในตลาดโลกลดลงด้วยเช่นกัน
“เมื่อต้นทุนไม่เพิ่มขึ้น จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องปรับขึ้นราคาขาย แต่หากจะปรับขึ้นราคาก็ต้องแจ้งมาที่กรม และหากปรับขึ้นราคาโดยไม่สมเหตุสมผล จะใช้มาตรการทางกฎหมายทันที” นายบุณยฤทธิ์ ระบุ
นายทรงวุฒิ ไกรภัสสร์พงษ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการที่กรมการค้าภายในกำหนดให้สินค้าเหล็กอยู่ในบัญชีสินค้าอ่อนไหว เพราะขณะนี้ไทยนำเข้าเหล็กจากจีนมากที่สุด เพราะราคาต่ำมาก ดังนั้นการใช้มาตรการเอดีเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศจึงเป็นเรื่องจำเป็น แต่เมื่ออุตสาหกรรมในประเทศได้รับการปกป้องแล้วธุรกิจในประเทศต้องดูแลลูกค้าเช่นกัน
สำหรับมาตรการที่ให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายต้องแจ้งราคาทุกวันนั้น จะไม่สร้างภาระให้ผู้ประกอบการ เพราะปกติก็มีการจัดทำข้อมูลด้านราคาประจำทุกวันอยู่แล้ว
“ทำธุรกิจก็ต้องดูแลลูกค้า หากปรับขึ้นราคาไม่เป็นธรรมก็ไม่มีใครซื้อ ส่วนการปรับขึ้นราคาเหล็กหน้าโรงงานก็ยึดราคาตลาดเป็นหลัก ไม่มีการฉวยโอกาสปรับราคาอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่าตลาดสินค้าเหล็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต เพราะอยู่ในมือผู้ค้าปลีกค้าส่งว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ เนื่องจากโรงงานต้องขายเหล็กผ่านตัวแทนจำหน่าย กรมก็ต้องลงมาดูแลช่องทางตรงนี้เพิ่มด้วย” นายทรงวุฒิ ระบุ







