posttoday
ส่อง ‘จีเอ็มเอส’ แหล่งดูดเงินลงทุนโลก

ส่อง ‘จีเอ็มเอส’ แหล่งดูดเงินลงทุนโลก

03 มิถุนายน 2558

อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) กำลังเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) กำลังเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งทางเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างระเบียงเศรษฐกิจ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งกันทั่วทั้งภูมิภาค

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา Euromoney Conference : The Greater Mekong Investment Forum ว่า ปัจจุบันอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก หลังจากที่ประเทศกลุ่มอินโดจีนได้ปฏิรูปเศรษฐกิจ ส่งผลให้ประเทศกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เป็นกลุ่มที่ดึงดูดการลงทุนได้มหาศาลทั้งจากชาติอาเซียน และประเทศนอกภูมิภาค 

การลงทุนในจีเอ็มเอส ผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์จากแรงงานที่มีจำนวนมาก ค่าแรงถูก ซึ่งไทยคว้าประโยชน์ดังกล่าว ด้วยการขยายธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน สร้างฐานการผลิต และซัพพลายเชน เพื่อผลิตสินค้าได้มากขึ้นในต้นทุนที่ถูกลง และส่งออกสินค้าไปตลาดโลก ซึ่งการขยายการผลิตในซีแอลเอ็มวี ทำให้ประเทศผู้รับการลงทุนได้ประโยชน์จากการที่นักลงทุนนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีเข้าสู่ประเทศ อีกทั้งทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มด้วย

“เมื่อการลงทุนในไทยมีต้นทุนสูงขึ้น แรงงานขาดแคลน นักลงทุนไทยและต่างชาติสามารถขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านของไทยเพื่อตั้งฐานการผลิต และใช้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าออกสู่ตลาดโลก ซึ่งจะทำให้เกิดเครือข่ายทางธุรกิจตั้งแต่การผลิตจนถึงการขายสินค้าภายในอนุภูมิภาค และจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กันทุกประเทศ” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ความสำเร็จของจีเอ็มเอสที่ผ่านมา คือ การเปิดเสรีทางธุรกิจ ส่งผลให้มีธุรกิจสามารถลงทุนระหว่างกันในภูมิภาคมากขึ้น เช่น พม่าเปิดเสรีให้ธนาคารต่างชาติเข้าไปเปิดสาขาได้ และบริษัทเอกชนเริ่มเห็นความสำคัญของจีเอ็มเอส มองเห็นช่องทางธุรกิจมากขึ้น

ทั้งนี้ ในอนาคตจีเอ็มเอสจะเป็นภูมิภาคที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัจจุบันแต่ละประเทศมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาและเชื่อมโยงกันภายในอนุภูมิภาค โดยปัจจุบันการส่งออกสินค้าไทยไปประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีมีการขยายตัวประมาณ 18-19% เพราะทุกประเทศเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตสูง ชนชั้นกลางมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และมีการเชื่อมโยงการผลิตซึ่งกันและกัน จึงมีการค้าการลงทุนระหว่างกัน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของอนุภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม กลุ่มจีเอ็มเอสยังมีความท้าทาย เช่น จะสามารถรักษาอัตราการพัฒนาและการเติบโตในระดับนี้ได้อย่างไร ยั่งยืนเพียงใด

ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ กล่าวว่า จุดเด่นของจีเอ็มเอสคือการเปลี่ยนเส้นทางการเชื่อมโยงทางถนนสายต่างๆ ให้กลายเป็นเส้นทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้เกิดการค้า การลงทุนที่เสรี และจีเอ็มเอสสามารถเชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าด้วยกัน ซึ่งจุดเด่นนี้เป็นศักยภาพของจีเอ็มเอสที่ดึงดูดการค้า การลงทุนเข้ามาในภูมิภาค

“ความสำเร็จของจีเอ็มเอส คือ การลงทุนในระบบโลจิสติกส์ ซึ่งทุกประเทศให้ความสำคัญ และร่วมมือกันสร้างการเชื่อมโยง” ชิงชัย กล่าว

สรศักดิ์ ปาน รมช.พาณิชย์ของกัมพูชา กล่าวว่า การที่จีเอ็มเอส สามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ให้เข้ามาลงทุนในธุรกิจต่างๆ ได้ เป็นการส่งสัญญาณว่าจีเอ็มเอสมีการวางแนวนโยบายที่ถูกต้อง มีกฎระเบียบที่ชัดเจนและสอดคล้องกัน ทำให้ต่างชาติสนใจที่จะเข้ามาทำธุรกิจ โดยมูลค่าการลงทุนเอฟดีไอเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2553 จากที่ปี 2543 มีมูลค่าการลงทุนเอฟดีไอเพียง 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ไทยจะต้องทำหน้าที่หลักในการพัฒนาด้านการค้า การลงทุน เนื่องจากไทยมีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมต่างๆ มานาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมถึงมีประสบการณ์พัฒนาเอสเอ็มอี และมีการเชื่อมโยงซัพพลายเชนที่ดี ทำให้นักลงทุนมาลงทุนในรูปแบบไทยแลนด์พลัสวัน หรือลงทุนในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร