
EPGเก่งรักษากำไร629ล้าน
อีสเทิร์นโพลีเมอร์ฯ ประคองกำไร 629 ล้านบาท ปันผล 8 สตางค์ ใช้บริษัทย่อยบุกมาเลเซีย
อีสเทิร์นโพลีเมอร์ฯ ประคองกำไร 629 ล้านบาท ปันผล 8 สตางค์ ใช้บริษัทย่อยบุกมาเลเซีย
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2558 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2558 ว่า มีกำไรสุทธิ 629.17 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 0.27 บาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 630.63 ล้านบาท เท่ากับ 0.30 บาท
คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.08 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 11 ส.ค. 2558 และอนุมัติให้ บริษัท แอร์โรคลาส (Aeroklas) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าร่วมทุนจัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศมาเลเซีย พร้อมอนุมัติให้ปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทย่อยในประเทศออสเตรเลีย
นายภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EPG กล่าวว่า กำไรของปี 2558 มาจากรายได้รวม 6,915.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 321 ล้านบาท หรือ 4.88% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 6,593.69 ล้านบาท เนื่องจากการขายที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มฉนวนยางในต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกาและจีน) และกลุ่มพลาสติกยานยนต์ในต่างประเทศที่รับรู้รายได้ของบริษัท TJM Products Pty. Ltd. (TJM) ในประเทศออสเตรเลีย และการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของกลุ่ม พลาสติกบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากการบริโภคในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวในต้นปี 2558
ขณะที่มีต้นทุนขายและบริการ 5,095.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 223.64 ล้านบาท คิดเป็น 4.59% แต่เพิ่มขึ้นน้อยกว่ายอดขายเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ทยอยปรับลดในช่วงปลายปี 2558 รวมทั้งการใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นของการผลิต ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 98.3 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.71% ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายบริหารและอื่นๆ เพิ่ม 28.10 ล้านบาท หรือ 2.45% เป็น 1,174.92 ล้านบาท เพราะมีรายจ่ายพิเศษเพิ่ม ในการซื้อกิจการในออสเตรเลีย (TJM) ประมาณ 18 ล้านบาท
นอกจากนั้น บริษัทขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 41.78 ล้านบาท สาเหตุหลักจากเงินสกุลออสเตรเลียดอลลาร์และเงินสกุลยูโรเปลี่ยนแปลงมากในระยะสั้น ส่วนต้นทุนทางการเงินลดลง 140 ล้านบาท หรือ 39.34% เหลือ 216.08 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทชำระเงินกู้ระยะสั้นและยาว จากเงินเพิ่มทุนที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารส่งผลให้ใช้เงินทุนหมุนเวียนลดลง
สำหรับการชะลอตัวลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่งผลให้บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 229.13 ล้านบาท ลดลง 76.52 ล้านบาท หรือ 25.04% ส่วนเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เพิ่มขึ้น 159.67 ล้านบาท จากเงินสดคงเหลือจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ล่าสุด EPG เป็น 1 ใน 14 หุ้น ของไทยที่ได้รับเลือกหุ้นเข้า MSCI Small Cap มีผลตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. 2558 ที่ผ่านมา







