posttoday
การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่ก่อหนี้ครัวเรือน

การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่ก่อหนี้ครัวเรือน

02 มิถุนายน 2558

โดย...อิสระ วงศ์รุ่ง

โดย...อิสระ วงศ์รุ่ง

ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ เพราะเป็นเหมือนกันเกือบทั่วโลก โดย 7 ปีที่ผ่านมา GDP ประเทศต่างๆ มีการขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง สอดคล้องกับอัตราการขยายตัวการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งไอเอ็มเอฟได้ประเมินว่า จากนี้เราจะไม่เห็นอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจที่โตในระดับสูงอีกต่อไป โดยประเทศที่จะสามารถเติบโตได้ 5-7% จะเป็นประเทศขนาดเล็ก เช่น ลาว เขมร พม่า เป็นต้น 

ดังนั้น สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เรื่องของตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เหมือนที่เราเคยเห็นยุคหนึ่งที่ดอกเบี้ยเงินฝากประจำพุ่งขึ้นไปถึงเกือบ 9% แต่ปัจจุบันจะอยู่ที่ระดับสูงสุดเฉลี่ยแล้วไม่เกิน 4% นั่นก็เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจครับ 

แต่สิ่งที่น่าจับตามองตอนนี้น่าจะอยู่ที่ภาระหนี้ครัวเรือนไทยที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10.43 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 86% ของจีดีพี ในไตรมาส 4/2557 

อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ออกมาประกาศแล้วว่ายังไม่น่ากังวล เนื่องจากในจำนวนนี้ เป็นหนี้ที่เป็นปกติถึง 65% มีเพียง 25% เท่านั้นที่จะต้องติดตามใกล้ชิด แต่ต้องยอมรับว่าหนี้ครัวเรือนที่ระดับนี้จัดว่าอยู่ในระดับที่สูงที่สุดในโลกครับ 

ดังนั้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร่งการใช้จ่ายของภาคประชาชน จึงเป็นข้อควรระวัง เพราะจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการก่อหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ดังนั้น หนทางที่ดีที่สุดในการกระตุ้นเศรษฐกิจตอนนี้รัฐบาล จึงเน้นไปที่เรื่องของการลงทุนของภาครัฐและการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ           

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยในระยะยาวก็คือการเสริมสร้างวินัยทางการเงิน ด้วยการส่งเสริมการออม โดยที่ผ่านมาพบว่า การออมภาคครัวเรือนไทยลดต่ำลงในอัตราส่วนที่น่าเป็นห่วง ดังนั้น สิ่งที่ต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำคือ การสร้างจิตสำนึกในเรื่องการออมให้แพร่หลาย ซึ่งธนาคารออมสินถือเป็นหน่วยงานสำคัญของชาติที่ได้ดำเนินการเรื่องนี้มากอย่างต่อเนื่องยาวนาน  นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานกำเนิดก่อตั้งคลังออมสินเมื่อพุทธศักราช 2456 และภารกิจเรื่องการสร้างนิสัยประหยัดมัธยัสถ์ให้แก่ประชาชนก็ถือเป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นออมสินที่คลาสสิกมากๆ ครับ

ผมเชื่อว่าเมื่อนึกถึงการออม ธนาคารที่ทุกคนจะนึกถึงอันดับแรกน่าจะเป็นธนาคารออมสินซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงแก่ปวงชนชาวไทยที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทรงสร้างรากฐานการออมผ่านการตั้งคลังออมสินให้กับชาติไว้เป็นอย่างดี แม้ปัจจุบันตัวเลขเงินออมจะลดต่ำลง แต่ด้วยความมุ่งมั่นของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่จะสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคง จึงไม่อาจละเลยเรื่องการส่งเสริมการออมทรัพย์ได้

ดังนั้น ธนาคารออมสินจึงยังคงมีบทบาทในเรื่องนี้อย่างชัดเจนเสมอมา และท่ามกลางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยวิธีการต่างๆ ที่รัฐบาลนำออกมาใช้ สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดก็คือ การก่อหนี้ครัวเรือนโดยไม่จำเป็น ซึ่งมาตรการส่งเสริมการออมถือเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยการชะลอการก่อหนี้ครัวเรือน

ดังนั้น โปรโมชั่นส่งเสริมเงินฝากทั้งระยะสั้นและระยะยาว จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมนิสัยรักการออม ยิ่งในปัจจุบันวิธีการออมเงินมีหลายรูปแบบ ทั้งเงินฝาก สลากออมสิน กองทุน ท่านผู้อ่านก็ลองเลือกวิธีการออมเงินที่ท่านสนใจ  แล้วหมั่นออมให้เป็นนิสัยตั้งแต่วันนี้   

ผมเชื่อว่าเงินออมจะช่วยแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน แม้เราจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รุนแรงเพียงใด เราก็จะสามารถยืนหยัดต่อสู้ได้ด้วยเงินออม เพราะผมเชื่อว่าการป้องกันดีกว่าการแก้ไขครับ แล้วมาออมเงินเพื่ออนาคตที่มั่นคงของท่านและของชาติของเรากันนะครับ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร