
โอกาส
ผมยังจำได้กลอนสุภาษิตบทหนึ่งที่ท่องจำเมื่อตอนเด็กได้แม่นยำ
โดย...ชนิตร
ผมยังจำได้กลอนสุภาษิตบทหนึ่งที่ท่องจำเมื่อตอนเด็กได้แม่นยำ และสามารถใช้เตือนสติของตัวเองได้เมื่อยามเกิดความเห็นแย้งในทางความคิดหรือเห็นต่างในแผนงาน แล้วจะเกิดความเข้าใจกลอนบทนั้นว่าดังนี้
“สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม”
“อีกคนตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย”
กลอนบทนี้ถอดความมาจาก “Two folks look through same hole, one sees mud, one sees star.”
กลอนบทนี้ผมว่าคลาสสิกมาก สอนเราให้มองเห็นโอกาส มองเห็นปัญหา อยู่ที่ใครจะมองเห็นภาพที่เกิดขึ้นมากกว่ากัน
1 ม.ค. 2559 นี้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งหมายถึงภูมิทัศน์ทางธุรกิจของคนไทยจะเปลี่ยนไปตลาดจะใหญ่ขึ้นจาก 65 ล้านคน เป็นเกือบ 600 ล้านคน ขีดจำกัดทางการค้าเรื่องภาษีจะทลายลงไป
การเคลื่อนย้ายของสินค้าและการเคลื่อนย้ายคนในหลากสาขาอาชีพจะเกิดขึ้น
ผู้ประกอบการบางคนปรับตัวรับมือ บางคนใช้โอกาสนี้ขยายฐานการผลิตออกไปยังประเทศที่มีต้นทุนถูกลง แต่มีสิทธิประโยชน์เพื่อสร้างกำไรให้ธุรกิจที่มากขึ้นกว่าประเทศไทย
ผู้ประกอบการบางคนเห็นช่องทางในการขยายตลาดการค้า และหาช่องทางในการส่งสินค้าที่ตัวเองผลิตออกขายในประเทศไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีข้อตกลงกับไทยในการเปิดประชาคมอาเซียน เพื่อรองรับตลาดที่เปิดกว้างมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ก็มีคนมองเห็นโคลนตม ไม่หือ ไม่อือ กับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะมองไม่เห็นภาพ ยังติด
กับดักการทำตลาดและการผลิตแบบเดิม
ผมอยากกระตุ้นให้คนเหล่านี้ตื่น...และลืมตา จะได้มองเห็นดาวอยู่พราวพราย...







