posttoday
ฝ่าประตูชายแดนอีสาน ดูดกำลังซื้อฝั่งลาว

ฝ่าประตูชายแดนอีสาน ดูดกำลังซื้อฝั่งลาว

27 พฤษภาคม 2558

ต้องยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาการค้าชายแดนเป็นพระเอกขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระดับประเทศและภูมิภาค

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ต้องยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาการค้าชายแดนเป็นพระเอกขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระดับประเทศและภูมิภาค ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากหอการค้าทั้ง 5 ภาคที่กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า การค้าชายแดนช่วยดึงเศรษฐกิจภูมิภาคให้เติบโตต่อไปได้

หากมองในส่วนของฝั่งชายแดนไทยและ สปป.ลาว พบว่าการค้าคึกคักต่อเนื่อง สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วของ สปป.ลาว โดยจังหวัดชายแดนอย่างหนองคาย มุกดาหาร อุดรธานี และบึงกาฬ เป็นประตูการค้าข้ามแดนที่น่าจับตามอง

มนนิภา โกวิทศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย บอกว่า หนองคายเป็นเมืองหน้าด่านการค้าสำคัญ ซึ่งการค้าชายแดนบริเวณนี้มีมูลค่าเกือบ 1 แสนล้านบาทในปี 2557 โดยไทยได้เปรียบดุลการค้า 5 หมื่นล้านบาท และสามารถเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้เพิ่มปีละ 11-13% ต่อเนื่อง

“หนองคายเป็นแหล่งพักผ่อนท่องเที่ยววันหยุดของชาวลาวเรากำลังเน้นพัฒนาเมืองให้น่าอยู่และน่าท่องเที่ยว เพื่อรับกำลังซื้อจากเพื่อนบ้าน เห็นได้ชัดว่ากำลังซื้อในจังหวัดได้รับอานิสงส์จากชาวเวียงจันทน์ระดับกลาง-ล่าง ที่มาซื้อหาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน จำพวกอาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุง ของใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า”

ด้าน ภมร เชาว์ศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร และกรรมการสภาหอการค้าไทย ฝ่ายดูแลกิจการชายแดนไทย-ลาว ยอมรับว่า ที่ผ่านมาการค้าชายแดนช่วยประคองเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ได้มาก โดยเฉพาะการค้าชายแดนระหว่างอีสานเหนือกับลาวตอนเหนือซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปถึงจีนตอนใต้และเวียดนามได้ และที่ผ่านมาชาวจีนเดินทางมาตามเส้นทางสาย R3A ได้สะดวกมากขึ้น ส่งผลให้การท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าข้ามแดนมากขึ้นตามไปด้วย

นักลงทุนไทยสามารถไปตั้งบริษัทในลาวเพื่อขนส่งสินค้าไปเวียดนามและจีน หรือร่วมทุนกับนักธุรกิจเวียดนามเพื่อขนส่งสินค้าไปป้อนตลาดลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ได้สะดวกมากขึ้น เนื่องจากรถขนสินค้าจากลาวสามารถขนสินค้าไปได้ทั่วทั้งชายแดนไทย เวียดนาม และจีน ต่างจากรถขนส่งจากไทยที่ไปได้ถึงบริเวณชายแดนลาวเท่านั้น

นอกจากนี้ การตั้งบริษัทในลาวยังช่วยลดต้นทุนภาษีนำเข้าสินค้าที่ส่งไปขายที่จีนตอนใต้ได้ด้วย เพราะหากเป็นการส่งจากลาวจะเสียภาษีเพียง 3-5% เท่านั้น แต่ถ้าส่งไปจากไทยจะเสียภาษีสูงถึง 10% ซึ่งจุดนี้จะส่งผลดีต่อการส่งออกผักและผลไม้ของไทยไปยังจีนตอนใต้

“หากรัฐบาลให้ความสำคัญและสนใจเรื่องการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น อำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดน เชื่อว่าจะทำให้มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นอีกมาก เพราะปัจจุบันการค้าชายแดนยังมีธุรกิจสีเทาอยู่จำนวนหนึ่ง จึงทำให้มูลค่าการค้าชายแดนในระบบต่ำกว่ามูลค่าจริงๆ ประมาณ 30-40%”

ขณะเดียวกัน เห็นว่า อุดรธานี เป็นอีกจังหวัดชายแดนอีสานที่เป็นประตูแห่งโอกาสและเป็นชุมทางของการขนส่งคมนาคมของอีสานเหนือ ซึ่งจังหวัดนี้มีความพร้อมหลายด้านทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร ภาคบริการ การค้าและการท่องเที่ยว

“ชาวลาวที่มีกำลังซื้อปานกลางไปถึงสูงนิยมมาเลือกซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย และรับบริการด้านการแพทย์และเสริมความงามในฝั่งไทย อีกทั้งยังซื้อสินค้าในรูปแบบค้าส่งจำนวนมากด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยทั้งสิ้น”

เช่นเดียวกับ บึงกาฬ ที่แม้จะเป็นจังหวัดน้องใหม่ แต่มีการพัฒนาอย่างชัดเจนจากการเปลี่ยนรูปแบบการเกษตรจากพืชไร่อายุสั้นเป็นสวนยางพารา ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่มกำลังซื้อในตลาดท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลการเกษตร

ในอีกทางหนึ่ง การค้าระหว่างไทย-ลาว ที่เมืองปากซัน มีปริมาณเพิ่มขึ้นมาก จนมีการพิจารณาสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 บึงกาฬ-ปากซัน ในเร็วๆ นี้

“ในเร็วๆ นี้ บึงกาฬจะเกิดเส้นทางถนนเศรษฐกิจสายใหม่ที่ตัดผ่านอีสานเหนือลงสู่อีสานกลางผ่าน จ.สกลนคร และมหาสารคาม จึงทำให้บึงกาฬเป็นเมืองใหม่ที่น่าสนใจเข้าไปสำรวจลงทุน เพื่อหาโอกาสและช่องทางในการขยายการค้าและการลงทุนออกไปยังเพื่อนบ้าน”

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโอกาสต่างๆ สินค้าไทยก็เผชิญกับความท้าทายในตลาดลาวเช่นกัน ไม่สามารถแข่งขันในสงครามราคาได้ เนื่องจากสินค้าของจีนมีต้นทุนต่ำกว่าและตั้งราคาได้ถูกกว่า ดังนั้น สินค้าไทยจะต้องชูจุดขายเรื่องคุณภาพและราคาสมเหตุสมผล อาศัยการโฆษณาผ่านสื่อบันเทิงที่ได้รับความนิยม เช่น วิทยุชุมชน และละครโทรทัศน์

ขณะเดียวกัน การลงทุนทำธุรกิจในลาวยังมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากกฎหมายและระเบียบยังค่อนข้างเป็นแบบสังคมนิยม ดังนั้นการลงทุนในจังหวัดชายแดนเพื่อทดลองตลาดสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคทั้งไทยและลาวก่อนจะข้ามไปสร้างธุรกิจในอีกฝั่งของแม่น้ำโขงจึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณา

ภมร สรุปทิ้งท้ายว่า ในฐานะที่ดูแลตลาดประเทศเพื่อนบ้าน  มองว่าไทยยังมีโอกาสอีกมากในการทำการค้าชายแดนกับลาว ซึ่งหากพิจารณาว่าไทยมีศักยภาพทำการค้ากับลาว 100% ตอนนี้เราทำไปได้เพียง 20% เท่านั้น และหากเร่งกระตุ้นอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะสามารถผลักดันมูลค่าการค้าให้ขยายตัวอย่างน้อยเท่าตัวภายใน 2 ปีนี้

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่