posttoday
เร่งระบบปลอดภัยไอที

เร่งระบบปลอดภัยไอที

25 พฤษภาคม 2558

ปัญหาภัยคุกคามรวมทั้งการโจรกรรมข้อมูลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงที่จะประสบปัญหาขโมยข้อมูล จากการนำดีไวซ์อย่างมือถือและแท็บเล็ต เข้ามาตอบโจทย์การทำงานที่อาจจะไม่ปลอดภัยเหมือนเดิม ดังนั้น ภาคธุรกิจรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินหรือโทรคมนาคม เฮลท์แคร์หรือธุรกิจรายย่อย ต่างก็ต้องเร่งลงทุนด้านไอทีอย่างจริงจัง

ปัญหาภัยคุกคามรวมทั้งการโจรกรรมข้อมูลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงที่จะประสบปัญหาขโมยข้อมูล จากการนำดีไวซ์อย่างมือถือและแท็บเล็ต เข้ามาตอบโจทย์การทำงานที่อาจจะไม่ปลอดภัยเหมือนเดิม ดังนั้น ภาคธุรกิจรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินหรือโทรคมนาคม เฮลท์แคร์หรือธุรกิจรายย่อย ต่างก็ต้องเร่งลงทุนด้านไอทีอย่างจริงจัง

องค์กรธุรกิจสถาบันการเงิน ชาติชัย เลิศบรรธนาวงศ์ กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ บาย ที่มองว่าการลงทุนไอทีเป็นสิ่งจำเป็นและเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ก่อนจะมีนโยบายดิจิทัลอีโคโนมี กล่าวว่า การลงทุนด้านไอทีของธุรกิจประเภทสถาบันการเงินนั้นจะต้องทำอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง เพราะเป็นเรื่องจำเป็น นอกจากจะช่วยให้การทำงาน
เป็นไปอย่างราบรื่นแล้ว ยังช่วยพัฒนาศักยภาพในการให้บริการแก่ลูกค้าด้วย

“เมื่อปลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนด้านเวอร์ช่วลโซลูชั่นร่วมกับวีเอ็มแวร์กว่า 200 ล้านบาท ในการติดตั้งเวอร์ช่วลเดสก์ท็อปให้แก่สาขาย่อยกว่า 90 สาขา และยังต่อยอดด้วยการลงทุนพัฒนาด้านเซิร์ฟเวอร์และสตอเรจร่วมกับบริษัท นูทานิกซ์ ซึ่งใช้งบลงทุนเพิ่มเติมเป็นเลข 8 หลัก เพื่อให้การทำงานด้านไอทีทั้งระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการใช้งานของพนักงานและลูกค้า ซึ่งการลงทุนด้านไอทีถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นและคุ้มค่า แม้ว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีกลับคืนมาใน 3-5 ปีข้างหน้าก็ตาม” ชาติชัย กล่าว

ปัจจุบัน อีซี่ บาย มีลูกค้ากว่า 2 ล้านคน โดยส่วนใหญ่จะใช้บริการในเรื่องของบัตรกดเงินสดกว่า 90% จากจำนวนลูกค้าทั้งหมด และยังมองเห็นความนิยมในการใช้งานสมาร์ทโฟนเติบโตขึ้นมาก ดังนั้น เทรนด์การชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น ถือว่าเป็นการพัฒนาบริการตามความต้องการของตลาด ซึ่งสถาบันการเงินและธุรกิจขนาดใหญ่จะให้บริการลูกค้าเฉพาะช่องทางออฟไลน์ เช่น เคาน์เตอร์ที่สาขา หรือต่อคิวจ่ายเงินที่ธนาคารแบบเดิมไม่ได้แล้ว ต้องรู้จักพัฒนาศักยภาพการทำงานให้ทันสมัย เพื่อเป็นแต้มต่อในการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย ดึงดูดลูกค้าให้เลือกเข้ามาใช้บริการ

ด้าน วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน บริษัท ซิสโก้ กล่าวเพิ่มเติมว่า องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่อาจไม่รู้ตัวว่ามีโอกาสเสี่ยงโดนขโมยข้อมูลใน 2 รูปแบบ คือ องค์กรที่เคยประสบปัญหาโดนขโมยข้อมูลมาแล้ว กับองค์กรที่ไม่ทราบว่ากำลังถูกขโมยข้อมูล เพราะมัลแวร์จะค่อยๆ ซึมเข้ามาในระบบผ่านการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต

“เทรนด์การทำงานผ่านอุปกรณ์สื่อสารขององค์กร ล้วนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น จากจำนวนของอุปกรณ์เชื่อมต่อที่ปัจจุบันมีมากกว่า 2 หมื่นล้านชิ้น และกำลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 หมื่นล้านชิ้นในอีก 3 ปี ทำให้รูปแบบของการขโมยข้อมูลเปลี่ยนไป จากการปล่อยไวรัสผ่านการส่งอีเมลแบบเดิม พัฒนามาเป็นการค่อยๆ ซึมเข้าไปแฮ็กข้อมูลผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของอุปกรณ์ ยิ่งมีการเปลี่ยนถ่ายข้อมูลผ่านอุปกรณ์สื่อสารมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงในการถูกขโมยข้อมูลมากขึ้น ทั้งนี้ องค์กรธุรกิจจึงควรลงทุนด้านไอทีทั้งโครงสร้างพื้นฐานและระบบรักษาความปลอดภัยอย่างจริงจัง” วัตสัน กล่าว

แม้ว่าไทยจะยังมีสัดส่วนการขโมยข้อมูลเพื่อซื้อขายในปริมาณไม่สูงมาก แต่การลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง ถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น สำหรับยุคใช้งานอุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวเพื่อการทำงานที่มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่