posttoday
ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ปีนี้ปีหน้ายังดี/อีก 5-10 ปีน่าห่วง

ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ปีนี้ปีหน้ายังดี/อีก 5-10 ปีน่าห่วง

25 พฤษภาคม 2558

เมื่อวันที่ 20-21 พ.ค.ที่ผ่านมา บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ได้พาสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนปากเหมืองหงสา ที่เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี ประเทศลาว ที่มีกำหนดเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้เป็นต้นไป ซึ่งจะสร้างรายได้หลักให้บริษัทในครึ่งปีหลังจนถึงไตรมาสแรกปีหน้า เท่ากับว่า ในระยะ 1-2 ปีนี้ RATCH ยังมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 20-21 พ.ค.ที่ผ่านมา บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ได้พาสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนปากเหมืองหงสา ที่เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี ประเทศลาว ที่มีกำหนดเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้เป็นต้นไป ซึ่งจะสร้างรายได้หลักให้บริษัทในครึ่งปีหลังจนถึงไตรมาสแรกปีหน้า เท่ากับว่า ในระยะ 1-2 ปีนี้ RATCH ยังมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ในการเยือนโรงไฟฟ้าหงสาครั้งนี้ “พงษ์ดิษฐ พจนา” กรรมการผู้จัดการใหญ่ RATCH แสดงวิสัยทัศน์ที่จะเพิ่มยุทธศาสตร์การเติบโตผ่านการลงทุนในกิจการอื่นทดแทนรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่จะทยอยหมดอายุสัญญาใน 5-10 ปีข้างหน้า 2,100 เมกะวัตต์ เนื่องมาจากธุรกิจไฟฟ้ามีการแข่งขันรุนแรงและเปิดสัมปทานน้อยกว่าสัญญาที่หมดอายุไป และการออกไปขอสัมปทานต่างประเทศที่ไกลกว่าอาเซียนนั้นก็ไม่คุ้นเคยกับกติกา

โรงไฟฟ้าหงสากำลังการผลิตรวม 1,878 เมกะวัตต์ มูลค่า 3,710 ล้านเหรียญสหรัฐ RATCH ถือหุ้น 40% ร่วมกับบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ 40% และรัฐวิสาหกิจลาว 20%

โรงไฟฟ้าแห่งนี้จะมีการผลิตเชิงพาณิชย์ยูนิตที่ 1 เดือน มิ.ย. ยูนิตที่ 2 เดือน พ.ย. และยูนิตที่ 3 เดือน มี.ค. 2559 ซึ่งจะสร้างกำไรให้บริษัทอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้เป็นต้นไป

พงษ์ดิษฐ คาดว่า ปีนี้จะสามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าหงสาในลาว 900 ล้านบาท ตามสัดส่วนการร่วมทุน หลังโครงการจะเริ่มเดินเครื่องยูนิต 1 และ 2 ในปีนี้ และปีหน้าจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทตามสัดส่วนร่วมทุน 9,000 ล้านบาท/ปี ขณะที่ไฟฟ้าทั้งหมดจะส่งขายกลับมาไทยรวม 1,473 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ เมื่อโรงไฟฟ้าหงสาเดินเครื่องครบทั้งหมด ก็จะช่วยหนุนผลประกอบการปี 2559 ให้ดีกว่าปี 2558 ด้วย

โครงการโรงไฟฟ้าหงสาจะเพิ่มมูลค่ากิจการถึง 42,233 ล้านบาท คิดเป็น 34% ของมูลค่ากิจการรวมปัจจุบัน จากปัจจุบัน 124,214 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าบริษ้ทจะมีมูลค่ากิจการ 1.33 แสนล้านบาท บริษัทมีแผนจะเพิ่มมูลค่ากิจการเป็น 2.82 แสนล้านบาท ในปี 2566

พงษ์ดิษฐ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทยังตั้งเป้ารายได้มากกว่า 6 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ 5.9 หมื่นล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากโรงไฟฟ้าหงสาที่เริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์

บริษัทกำลังศึกษาและเจรจาร่วมทุนกับพันธมิตรทั้งรายเดิมและรายใหม่ ส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านและอาเซียน โครงการก้าวหน้าเด่นชัด ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้ามะริด ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงกับประเทศเมียนมาเดือน มิ.ย.นี้ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินมะริด 2,640 เมกะวัตต์ จะเป็นการร่วมทุน 4 ฝ่าย หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการทั้งในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การหาแหล่งเงินลงทุน และอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 1 ปีครึ่ง

นอกจากนี้ ยังมีโครงการคลังก๊าซแอลเอ็นจีในประเทศเมียนมาที่เจรจาเข้าร่วมทุนกับกลุ่ม ปตท. ที่บริษัทคาดว่าจะเข้าถือหุ้น 20-30% ร่วมกับกลุ่มบริษัท ปตท. (PTT) ซึ่งคาดว่าจะลงนามบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น (MOU) กับ ปตท.ไม่เกินกลางเดือน มิ.ย.นี้ โดยการลงนาม MOU กับ ปตท.ดังกล่าวจะเป็นการลงนามร่วมกัน 3 ฉบับ โดยฉบับแรกเป็นเรื่องการร่วมทุนทำคลังแอลเอ็นจี และฉบับที่ 2 เป็นการลงนามร่วมกันพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในเวียดนาม โดยมีเป้าหมายจะถือหุ้น 30% และฉบับที่ 3 เป็นการลงนามร่วมกันศึกษาหาโอกาสการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าในอินโดนีเซีย

สำหรับการศึกษาการลงทุนโรงไฟฟ้าในเวียดนาม ปัจจุบันมี 2 โครงการ นอกเหนือจากโครงการที่ร่วมกับ ปตท.แล้ว ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกวางจิ ซึ่งจะร่วมทุนกับกลุ่มการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ส่วนโครงการลงทุนในอินโดนีเซียนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมใน 4 โครงการ โดยโครงการแรกเป็นการร่วมกับบริษัท บ้านปู (BANPU) เข้ายื่นเสนอทำโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 2,000 เมกะวัตต์ ในโครงการจาวา 7 และในอนาคตอาจจะดึงพันธมิตรญี่ปุ่นเข้ามาร่วมด้วย

3 โครงการที่เหลือ บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะสินทรัพย์ การเข้าไปซื้อหุ้น 40-49% ในโรงไฟฟ้าถ่านหิน Sumsel 5 ขนาด 700 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในเดือน มิ.ย.นี้

นอกจากนี้ ยังศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 2,000 เมกะวัตต์ ในจีน ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนกับกลุ่ม CGN และศึกษาความเหมาะสมของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นเพิ่มเติม โดยจะเป็นการร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศรายใหม่ จากปัจจุบันที่มีโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นแล้ว 2 โครงการ ที่ร่วมกับกลุ่มบริษัท เชาว์ อินเตอร์เนชั่นแนล (CHOW) ขณะเดียวกันยังได้ศึกษาความเหมาะสมการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ร่วมกับกลุ่ม CHOW โดยจะเป็นโครงการพลังงานลม 50 เมกะวัตต์ และพลังงานแสงอาทิตย์ 100 เมกะวัตต์

“บริษัทเชื่อมั่นในกลยุทธ์สร้างการเติบโตด้วยการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่และการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูงได้มากขึ้นด้วย” พงษ์ดิษฐ กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้แสวงหาโอกาสผสานความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทในเครือของ กฟผ. โดยมีเป้าหมาย คือ สนับสนุนความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศไทย และช่วยตรึงราคาค่าไฟฟ้าให้อยู่ในอัตราที่ต่ำ รวมทั้งสร้างมูลค่ากิจการเพื่อความมั่นคงระยะยาวของบริษัท แนวทางนี้สอดรับกับนโยบายของ กฟผ. ที่ต้องการประสานประโยชน์ระหว่างบริษัทในเครือในการดำเนินธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ

บริษัทยังได้เร่งศึกษาและเจรจาร่วมทุนโครงการด้านพลังงานขนาดใหญ่ในประเทศเมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยบางโครงการจะมีความชัดเจนในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ อีกทั้งโครงการพลังงานทดแทนในญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ กับพันธมิตรธุรกิจรายเดิมและรายใหม่ เพื่อขับเคลื่อนมูลค่าองค์กรให้เติบโตบรรลุเป้าหมาย

พงษ์ดิษฐ มีแผนจะปรับกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่นอกเหนือจากธุรกิจไฟฟ้า รองรับการขยายงานหลังโรงไฟฟ้าเก่าของบริษัทจะทยอยหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใน 5-10 ปีข้างหน้า และโอกาสการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศค่อนข้างจำกัด โดยโรงไฟฟ้าไตร เอนเนอจี้ ขนาด 700 เมกะวัตต์ จะหมดอายุใน 5 ปีข้างหน้า และโรงไฟฟ้าราชบุรี 2 ยูนิต 1,400 เมกะวัตต์ จะหมดอายุใน 10 ข้างหน้า หลังโอกาสทางธุรกิจในกิจการไฟฟ้าปัจจุบันมีค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะในประเทศ
ที่ยังมองไม่เห็นโอกาสในการเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) หรือรายเล็ก (เอสพีพี) รอบใหม่ ขณะที่โอกาสการลงทุนในต่างประเทศยังมีการแข่งขันสูง

ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ RATCH จะเสนอแผนกลยุทธ์ใหม่ต่อที่ประชุมคณะกรรมการใน 1-2 เดือนข้างหน้า

“ส่วนตัวเห็นว่าธุรกิจที่มีความน่าสนใจจะเข้าไปดำเนินการ เช่น ธุรกิจด้านงานวิศวกรรมต่างๆ ธุรกิจโรงพยาบาล ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งล่าสุดได้มีการเจรจากับทางบริษัท ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY) อย่างไม่เป็นทางการถึงความสนใจที่จะร่วมทำธุรกิจด้านรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น”

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่