posttoday
เทคนิคหาเงินแนวใหม่ ใช้ออนไลน์หารายได้เสริม

เทคนิคหาเงินแนวใหม่ ใช้ออนไลน์หารายได้เสริม

19 พฤษภาคม 2558

การหารายได้จากช่องทางออนไลน์ เริ่มเข้ามามีบทบาทและเป็นที่ต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการหาอาชีพเสริมกันมากขึ้น เพราะไม่ต้องมีการลงทุนสร้างสถานที่ ระบบขนส่งสินค้า หรือช่องทางการชำระเงิน เพียงแค่มีเวลาและสามารถเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต ก็สามารถสร้างรายได้จากทั่วโลกได้ไม่ยาก

การหารายได้จากช่องทางออนไลน์ เริ่มเข้ามามีบทบาทและเป็นที่ต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการหาอาชีพเสริมกันมากขึ้น เพราะไม่ต้องมีการลงทุนสร้างสถานที่ ระบบขนส่งสินค้า หรือช่องทางการชำระเงิน เพียงแค่มีเวลาและสามารถเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต ก็สามารถสร้างรายได้จากทั่วโลกได้ไม่ยาก

รมยกร สุวิสิทฐ์ กรรมการบริหาร บริษ้ท แพนโฟ กล่าวว่า Affiliate Marketing (การทำตลาดที่ใช้ตัวแทนขายในการโปรโมทสินค้า หรือโปรโมทเว็บไซต์ที่ขายสินค้า โดยตัวแทนขายจะได้ค่าตอบแทนจากเจ้าของเว็บไซต์ เมื่อมีผู้เข้ามาซื้อสินค้าหรือสมัครสมาชิกขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ตกลงกัน) ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศมานานกว่า 15 ปีแล้ว แต่ในไทยมีเพียงไม่กี่บริษัทที่ใช้แผนการตลาดรูปแบบนี้จนประสบความสำเร็จ

“รูปแบบของ Affiliated Marketing จะใช้สำหรับการขายสินค้าแบบอีคอมเมิร์ซ โดยบริษัทที่นำเทคนิคนี้มาใช้งานยังมีน้อยในไทย หนึ่งในนั้นคือ ลาซาด้า เพราะเป็นธุรกิจที่มาจากต่างประเทศ และมองว่าเป็นการช่วยหนุนให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มต่างๆ มากขึ้น แต่ถ้าเป็นธุรกิจระดับโลกที่ใช้เทคนิคการตลาดนี้ ได้แก่ อะเมซอน อีเบย์ และคลิกแบงค์ เป็นต้น” รมยกร กล่าว

วรกมล เทิดน้ำเพ็ชร์ กรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท แพนโฟ กล่าวเสริมว่า รูปแบบการขายสินค้าแบบนี้ ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดีกับทั้งเจ้าของสินค้าและตัวแทนการขาย เพราะเจ้าของสินค้ามีโอกาสขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้มากขึ้น ในขณะที่ตัวแทนขายก็จะสามารถหารายได้เสริม นอกเหนือจากการทำงานประจำด้วย หากสินค้ามีปัญหาก็สามารถส่งเคลมกับเจ้าของสินค้าได้โดยตรง อีกทั้งยังมีระบบหลังบ้านในการเก็บข้อมูลการขายให้กับทั้งสองฝ่าย เพื่อประเมินคุณภาพการทำงานได้อีกด้วย

“การขายสินค้าแบบนี้จะแตกต่างจากการขายแบบ Dropship (การทำตลาดออนไลน์โดยการเป็นคนกลางในการติดต่อซื้อขายสินค้าระหว่างเจ้าของสินค้ากับผู้ซื้อ) ตรงที่ Affiliate Marketing จะเป็นการให้ข้อมูลเชิงบวกแก่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าคลิกลิงค์เข้าไปสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรง ในขณะที่ Dropship จะเป็นการให้ข้อมูลหรือรีวิวสินค้าเช่นกัน แต่ตัวแทนขายจะต้องเป็นคนจัดการเรื่องเก็บเงินและแจ้งยอดไปทางเจ้าของสินค้าก่อน เมื่อได้รับเงินเจ้าของสินค้าจะจัดการส่งของและค่อยแบ่งรายได้ ซึ่งขั้นตอนจะซ้ำซ้อนและวุ่นวายกว่า” วรกมล กล่าว

ทั้งนี้ การขายสินค้าแบบ Dropship ก็ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการขายสินค้าของเจ้าของธุรกิจขนาดเอสเอ็มอีได้อย่างมาก เพราะช่วยลดต้นทุนให้แบรนด์ไม่ต้องทำหน้าร้าน เพียงแค่มีโกดังสำหรับจัดเก็บ และส่งของตามยอดการสั่งซื้อ ก็สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้แล้ว

สืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท อินสแตนท์ บิส ผู้ให้บริการธุรกิจ Dropship รายเดียวในประเทศไทย กล่าวว่า การขายของแบบ Dropship นั้น ตัวแทนขายจะเป็นผู้ให้ข้อมูลและเมื่อมียอดเงินเข้ามาค่อยแจ้งไปที่เจ้าของสินค้าเพื่อให้ทำการจัดส่งต่อไป ซึ่งธุรกิจรายย่อยต้องการใช้ช่องทางออนไลน์ในการขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น เพราะไม่ต้องแบกรับต้นทุนด้านโฆษณามากเกินไป

“เราจะเห็นเทรนด์บิวตี้บล็อกเกอร์ มาแรงมาก เพราะการรีวิวสินค้าเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากดสั่งซื้อ ถือว่าเป็นเทรนด์การขายข้อมูลที่ง่ายและไม่ต้องลงทุนสูง เนื่องจากเจ้าของธุรกิจบางรายไม่ต้องการทำช่องทางออนไลน์เอง การมีตัวแทนจำหน่ายแบบนี้จะช่วยลดขั้นตอนในการเจาะกลุ่มตลาดใหม่ๆ เพื่อที่ตัวเจ้าของธุรกิจเองสามารถหันไปใส่ใจกับการผลิตและจัดส่งสินค้าเพียงอย่างเดียว” สืบศักดิ์ กล่าว

ยิ่งอัตราการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตมาแรงมากขึ้นเท่าไหร่ เทรนด์การขายสินค้าออนไลน์ทั้งสองแบบนี้ จะกลายมาเป็นโอกาสของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นเจ้านายตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น รวมไปถึงยังตอบโจทย์คนที่ต้องการหารายได้เสริมผ่านโซเชียลมีเดียที่ใช้งานเป็นประจำอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร