posttoday
เมื่อมีประ​วัติค้างชำ​ระเกิดขึ้น​และเราเคลี​ยร์แล้ว...​เราควรทำอะ​ไรต่อไป

เมื่อมีประ​วัติค้างชำ​ระเกิดขึ้น​และเราเคลี​ยร์แล้ว...​เราควรทำอะ​ไรต่อไป

11 พฤษภาคม 2558

บทความวันนี้จะเป็นการให้ข้อมูลกับผู้คนที่มีคำถาม มีความค้างคาใจมากๆ ว่า เมื่อตนเองมีการไม่ชำระหนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ แล้วบรรดาเจ้าหนี้ที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโรก็จะส่งข้อมูลว่าลูกหนี้ท่านนี้ ในบัญชีสินเชื่อนี้มีการค้างชำระจะเป็น 31-60 วัน 61-90 วัน 91-120 วัน เรื่อยไปจนถึงค้างชำระเกิน 300 วัน เมื่อมีข้อมูลแบบนี้เข้ามาในประวัติตนเองก็จะบอกภาพของท่านนั้นว่าท่านมีหนี้แต่ไม่จ่าย ไม่ชำระ หรือไม่มีการชำระยอดหนี้เข้ามาตามกำหนด ท้ายสุดคือผิดสัญญา จะถูกฟ้องร้องให้เกิดความเครียดไม่เป็นอันทำมาหากินกันเลยทีเดียว

บทความวันนี้จะเป็นการให้ข้อมูลกับผู้คนที่มีคำถาม มีความค้างคาใจมากๆ ว่า เมื่อตนเองมีการไม่ชำระหนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ แล้วบรรดาเจ้าหนี้ที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโรก็จะส่งข้อมูลว่าลูกหนี้ท่านนี้ ในบัญชีสินเชื่อนี้มีการค้างชำระจะเป็น 31-60 วัน 61-90 วัน 91-120 วัน เรื่อยไปจนถึงค้างชำระเกิน 300 วัน เมื่อมีข้อมูลแบบนี้เข้ามาในประวัติตนเองก็จะบอกภาพของท่านนั้นว่าท่านมีหนี้แต่ไม่จ่าย ไม่ชำระ หรือไม่มีการชำระยอดหนี้เข้ามาตามกำหนด ท้ายสุดคือผิดสัญญา จะถูกฟ้องร้องให้เกิดความเครียดไม่เป็นอันทำมาหากินกันเลยทีเดียว

คำถาม คือ แล้วจะทำอย่างไรต่อ ผมมีแนวทางดังนี้

1.ต้องทำให้ตัวเราเองเป็นแค่ “คนเคยค้าง” ให้เร็วที่สุด กล่าวคือรีบชำระหนี้ที่ค้างเสียก่อนโดยด่วน

2.ตั้งสติสำรวจว่าที่เราเป็นหนี้จนมีปัญหานั้นเพราะอะไร ใช้จ่ายเกินตัว ฟุ่มเฟือย อยากได้อะไรตามเพื่อน ตามนาย เอาแบบการใช้ชีวิตของใครคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา แต่เขามีฐานะทางการเงินดีกว่าเรา ตอบให้ตรงคำถามอย่าบิดเบือนใจของตนเอง ถ้าเป็นไปได้เอาตอนสวดมนต์ไหว้พระ หรือต่อหน้าพระยิ่งดี เพราะความจริงจะปรากฏในบรรยากาศที่เราชาวพุทธจะไม่บังควรผิดศีลข้อพูดเท็จ

3.Golf ไม่เล่นให้เปลืองเงิน ที่ห้ามขาดคือ ม้า มวย หวย บอล จะไม่ยุ่งเกี่ยว หากทำ ให้แช่งกับตัวเองว่าขอให้วิบัติ อย่าได้พบสิ่งดีๆ อีกต่อไป วิธีการหักดิบแบบนี้ได้ผลมากๆ ยิ่งเอาน้ำมนต์มาดื่มประกอบจะยิ่งดี

4.สำรวจรายได้ว่ามาจากไหนได้บ้าง มีจำนวนเท่าไหร่ต่อเดือน มีความแน่นอนมากแค่ไหน สำรวจรายจ่ายที่เราต้องจ่ายเป็นกลุ่มๆ ดังนี้

กลุ่มแรก เป็นรายจ่ายพื้นฐานเพื่อการดำรงชีวิตซึ่งไม่น่าจะเกิน 25-30% ของรายได้รายเดือน

กลุ่มที่สอง รายจ่ายเพื่อการออม เช่น ตัดเงินเดือนเข้าสหกรณ์ออมทรัพย์ เงินฝากประจำ เป็นต้น

กลุ่มที่สาม รายจ่ายที่เกิดจากอารมณ์อยากได้โน่น นั่น นี่ หากเราใช้สอยพวกนี้ ไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ใครหรือตัวเราเสียชีวิตตายลงไปในบัดเดี๋ยวนั้นทันที

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ถ้าไม่เอากลับมาได้ก็จะไปช่วยให้เรา จากคนที่เป็นหนี้ค้างชำระกลับมาเป็นสถานะคนเคยค้าง หนี้เคลียร์แล้วในปัจจุบัน บนพื้นฐานบุคลิกกลับเนื้อกลับตัว กลับใจไม่คิดจะไปย่ำรอยเดิมที่ “เป็นหนี้ ไม่ใช้หนี้” จนต้องขาดอิสรภาพทางการเงิน ไม่ต้องการเงินใครมาช่วยอีกต่อไปแล้ว หาเอง ออมเอง ใช้เอง

5.หาเงิน มีการสร้างรายได้ เอาเงินที่ได้มาเป็นเงินฝากและให้เอาเข้าบัญชีที่สม่ำเสมอ ตรงจุดนี้ต้องทำประมาณ 6-12 เดือนอย่างต่อเนื่อง ต้องอดทน อดออม กล่าวคือ อดทนที่จะไม่ใช้เพื่อเก็บเงินเอามาใช้ในยามจำเป็น ต้องไม่ผลัดวันออม อย่าหาเหตุอ้างว่าให้รางวัลชีวิตอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่