posttoday
แกร็บแท็กซี่ประกันรายได้คนขับ

แกร็บแท็กซี่ประกันรายได้คนขับ

07 พฤษภาคม 2558

แกร็บแท็กซี่ เพิ่มสวัสดิการให้คนขับรถมูลค่า 60 ล้านบาท ประกันรายได้ยามเจ็บป่วย

แกร็บแท็กซี่ เพิ่มสวัสดิการให้คนขับรถมูลค่า 60 ล้านบาท ประกันรายได้ยามเจ็บป่วย

แกร็บแท็กซี่ เพิ่มสวัสดิการให้คนขับรถมูลค่ากว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 60 ล้านบาท พร้อมแผนรับรองการให้บริการในอนาคตเพื่อลดปัญหาในสังคม ทั้งยังเป็นการเสริมโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่คนขับรถ

จุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้อำนวยการ บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การร่วมมือกันกับทางพาร์ตเนอร์รายใหญ่ทั้งสองราย คือ ธนาคารกสิกรไทยและเมืองไทยประกันชีวิต เพื่อช่วยเสริมหลักประกันในการคุ้มครองคนขับทั้งในเรื่องของสวัสดิการและรับประกันรายได้เมื่อยามเจ็บป่วย ทั้งยังช่วยให้คนขับไม่ต้องตระเวนบนท้องถนนแบบไร้จุดหมายและไม่ต้องทำงานหนักหลายชั่วโมง

“มีคนขับรถจำนวนมากที่ต้องขับรถเพื่อหาลูกค้าบนท้องถนนเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน นอกจากเสียเวลาแล้วยังสร้างมลภาวะบนท้องถนน ทั้งยังทำให้สุขภาพจิตของคนขับมีความกดดันที่ต้องทำงานต่อเนื่อง ดังนั้นการมีจุดหมายที่ชัดเจนพร้อมรายได้และหลักประกันที่ชัดเจน จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้คนขับรถสามารถทำงานได้ในแบบที่ตัวเองต้องการอย่างเต็มที่ ทั้งยังพัฒนาคุณภาพในการให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น” จุฑาศรี กล่าว

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่ 2 ถัดจากสิงคโปร์ที่มีโครงการสวัสดิการนี้ โดยสิงคโปร์จะเป็นรูปแบบของกองทุนเลี้ยงชีพมูลค่า 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 86 ล้านบาท ได้จัดทำขึ้นเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และมองว่าควรนำมาปรับใช้กับคนขับในไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำงาน

ในการร่วมมือกับทางพันธมิตร คือ เมืองไทยประกันชีวิต และธนาคารกสิกรไทย จะเป็นรูปแบบของสวัสดิการ แบ่งเป็นวงเงินประกันชีวิต 3 แสนบาท เงินชดเชยรายวันกรณีบาดเจ็บ 1,000 บาท ประกันออมเงินรายได้และกองทุน เป็นต้น

ทั้งนี้ จุดเด่นของแกร็บแท็กซี่คือการนำระบบจีพีเอส (GPS) มาใช้ค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้งานอัตโนมัติ แค่เช็กอินว่าอยู่ที่ใด ระบบจะค้นหาแท็กซี่ที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการและแสดงระยะทางจากจุดที่ แท็กซี่อยู่ เพื่อให้ผู้โดยสารกดยืนยันว่าจะให้คนขับมารับ โดยผู้โดยสารจะต้องจ่ายเพิ่มให้คนขับอีก 25 บาท นอกเหนือจากค่ามิเตอร์ตามระยะทาง

ทางด้านของแอพพลิเคชั่นจะมี 2 เวอร์ชั่น คือ สำหรับผู้โดยสารและคนขับ ที่รองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ การเข้าใช้งานในครั้งแรกลูกค้าต้องลงทะเบียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล ในขณะที่คนขับก็จะต้องมาลงทะเบียนกับทางบริษัทเพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะมีความปลอดภัยทั้งสองฝ่าย

ปัจจุบัน มีคนขับมากกว่า 7.5 หมื่นคน ผู้ใช้งานในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย ยอดดาวน์โหลดกว่า 3.8 ล้านครั้ง ส่วนในไทยนอกจากการเรียกใช้งานในเขตกรุงเทพฯ และพัทยาแล้ว ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้งานในเชียงรายด้วย

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร