posttoday
เก็งกำไรหุ้นรายตัว ในกรอบ 1,500-1,550 จุด

เก็งกำไรหุ้นรายตัว ในกรอบ 1,500-1,550 จุด

06 พฤษภาคม 2558

ตลาดหุ้นช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงแรงกว่า 42 จุด หรือ 2.7% แตะระดับ 1,513.42 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 เดือน เนื่องจาก 1) นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) 2) ความกังวลเรื่องการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่ม TIP (ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) และ 3) แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยเพื่อปรับสถานะการลงทุน หลังคณะกรรมการนโยบายการเงินตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.5% ท่ามกลางการฟื้นตัวที่ล่าช้าของเศรษฐกิจไทย ทำให้มีโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2558 ลงจาก 3.8% อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยสามารถฟื้นตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,526.74 จุด หลัง Fed ไม่มีการส่งสัญญาณถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และ ธปท.ประกาศมาตรการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าและเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกให้ปรับดีขึ้น

ตลาดหุ้นช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงแรงกว่า 42 จุด หรือ 2.7% แตะระดับ 1,513.42 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 เดือน เนื่องจาก 1) นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) 2) ความกังวลเรื่องการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่ม TIP (ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) และ 3) แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยเพื่อปรับสถานะการลงทุน หลังคณะกรรมการนโยบายการเงินตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.5% ท่ามกลางการฟื้นตัวที่ล่าช้าของเศรษฐกิจไทย ทำให้มีโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2558 ลงจาก 3.8% อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยสามารถฟื้นตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,526.74 จุด หลัง Fed ไม่มีการส่งสัญญาณถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และ ธปท.ประกาศมาตรการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าและเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกให้ปรับดีขึ้น

สำหรับปัจจัยสำคัญสัปดาห์นี้ที่ต้องจับตา : 1) ตัวเลขจ้างงานสหรัฐเดือน เม.ย. 2558 (วันที่ 6 พ.ค. ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของ ADP และ 8 พ.ค. ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-farm payroll) และอัตราว่างงานสหรัฐ) ที่มีแนวโน้มออกมาดี ทำให้ตลาดหุ้นมีโอกาสเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐได้อีกครั้ง และ 2) ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของจีนเดือน เม.ย. 2558 (วันที่ 8 พ.ค. ตัวเลขส่งออกและนำเข้า) หากออกมาอ่อนแอจะเพิ่มความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากทางการจีน ซึ่งจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นในช่วงท้ายสัปดาห์

กลยุทธ์การลงทุน : เราให้น้ำหนักตลาดหุ้นสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,550 จุด โดยตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นทดสอบ 1,540-1,550 จุด ตามตลาดหุ้นโลก ก่อนแกว่งผันผวนหรือปรับถอยจากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ส่งผลทำให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มที่จะปรับแข็งค่ากลับขึ้นมา ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะน้ำมันและหุ้นในกลุ่มพลังงาน ดังนั้นสำหรับกลยุทธ์การลงทุน เราจึงแนะนำเพียง “เก็งกำไรหุ้นรายตัวในกรอบ 1,500-1,550 จุด” โดยอาศัยจังหวะปรับขึ้นเหนือ 1,540 จุด เพื่อแบ่งขายทำกำไรถือเงินสดและรอซื้อกลับต่ำ 1,520 จุด โดยใช้ระดับ 1,500 จุด เป็นเส้น Stop loss

หุ้นเด่น : KCE, SVI, ADVANC, PS, AAVหุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : PTTGC, WHA, ITD,BWG, IFEC

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่