
‘ทียูเอฟ’ส่งอาหารไลฟ์สไตล์ ดันยอดสวนตลาดรวมติดลบ
ทียูเอฟ เปิดไต๋โตสวนตลาดรวมติดลบ เพราะส่งนวัตกรรมอาหารพร้อมทาน พร้อมปรุง เข้ากับไลฟ์สไตล์
ทียูเอฟ เปิดไต๋โตสวนตลาดรวมติดลบ เพราะส่งนวัตกรรมอาหารพร้อมทาน พร้อมปรุง เข้ากับไลฟ์สไตล์
หลังจากไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (ทียูเอฟ) เข้าซื้อกิจการอาหารทะเลกระป๋องหลายแห่งในสหภาพยุโรป ล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้ซื้อกิจการ บริษัท คิงส์ออสการ์ จากนอรเวย์ ทำให้ขณะนี้มีสินค้าในกลุ่ม 5 แบรนด์ และสามารถสร้างรายได้ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 1 ใน 3 ของรายได้รวมของทียูเอฟ
นางอลิซาเบธ ฟลูเรียต ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มดับเบิลยูแบรนด์ (MW Brands) ในเครือทียูเอฟ เปิดเผยว่า ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายสินค้าในกลุ่มอียูขยายตัว 1-2% ลดลงจากปี 2556 และ 2557 ที่ยอดขายขยายตัว 10% หรือ 646 ล้านยูโร เนื่องจากการส่งออกได้รับผลกระทบจากปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนของทั้งเงินยูโรและเงินเหรียญสหรัฐ รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจของอียูซบเซา โดยในปี 2557 ตลาดอาหารกระป๋องในตลาดเดียวกับเอ็มดับเบิลยูแบรนด์ติดลบ 4.2% แต่สินค้าอาหารกระป๋องของเอ็มดับเบิลยูแบรนด์เป็นสินค้าพื้นฐานและราคาไม่สูงมาก จึงยังสามารถขยายตัวได้สูงกว่าคู่แข่ง
“บริษัทยังหวังว่ารายได้โดยรวมจะเป็นไปตามแผน 5 ปี ที่นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารทียูเอฟ ให้ไว้ คือจะต้องมีรายได้ในปี 2563 ถึง 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ การที่บริษัทยังมีการเติบโต ขณะที่คู่แข่งและตลาดรวมติดลบ เนื่องจากบริษัทมีการส่งนวัตกรรมสินค้าพร้อมรับประทาน พร้อมปรุง รูปแบบใหม่ ให้ตรงตามไลฟ์สไตล์ของ
ผู้บริโภค โดยใช้หลักดูแล ความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้การตอบรับผู้บริโภคอียูที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก” นางอลิซาเบธ กล่าว
ทั้งนี้ ได้ใช้กลยุทธ์การสร้างนวัตกรรม เช่น ทูน่ากระป๋องมีการปรับปรงรสชาติมีหลายรส เอาไปผสมพริกไทยดำ มะเขือเทศ เครื่องแกง หรือพัฒนานวัตกรรมจากที่อุณหภูมิต่ำจึงเย็น ให้มาเป็นทูน่าหรือแซลมอนที่สามารถนำมาอุ่นร้อน แกะออกมาลงกระทะรับประทานเป็นอาหารค่ำได้เลยตอนนี้มียอดขายเพิ่มขึ้น
“การมีกิจการในอียู ทำให้ทียูเอฟประสบปัญหาส่งออกไม่มาก เพราะกระจายแหล่งผลิตสินค้าออกไป มีโรงงานผลิตอาหารแช่แข็ง 9 แห่งทั่วยุโรป” นางอลิซาเบธ กล่าว







