
รัฐเชื่อปัญหาหนี้นอกระบบลดหลังเดินเครื่องนาโนไฟแนนซ์
โฆษกรัฐบาลเชื่อปัญหาหนี้นอกระบบจะผ่อนคลายลงหลังธุรกิจนาโนไฟแนนซ์เริ่มปล่อยกู้ ล่าสุดมีผู้ประกอบการยื่นขอรับใบอนุญาตแล้วกว่า10 ราย
โฆษกรัฐบาลเชื่อปัญหาหนี้นอกระบบจะผ่อนคลายลงหลังธุรกิจนาโนไฟแนนซ์เริ่มปล่อยกู้ ล่าสุดมีผู้ประกอบการยื่นขอรับใบอนุญาตแล้วกว่า10 ราย
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผย หลังจากกระทรวงการคลังได้ให้ใบอนุญาต 4 บริษัทดำเนินงานมาตรการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อยหรือนาโนไฟแนนซ์และบางบริษัทจะได้เริ่มปล่อยกู้ในเดือน พ.ค.นี้ พบว่ามีการตอบรับจากประชาชนรายย่อยในเรื่องนี้เป็นอย่างดี ล่าสุดได้มีบริษัทยื่นขอรับใบอนุญาตทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์เพิ่มอีก 1 แห่งซึ่งรมว.การคลังกำลังพิจารณาอยู่และมีบริษัทที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมอีกราว 10 บริษัท หากธปท.พิจารณาคุณสมบัติแล้วเสร็จก็จะส่งเรื่องต่อมาถึงกระทรวงการคลัง
"การมีผู้ประกอบการธุรกิจนาโนไฟแนนซ์จำนวนมากจะเป็นผลดีต่อการเข้าถึงแหล่งเงินของผู้ใช้บริการ และจะทำให้แก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่เป็นปัญหาของประชาชนกว่า 6 แสนครัวเรือนและอีก 1.3 ล้านครัวเรือนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้อย่างรวดเร็ว"
นอกจากนี้ สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ยังจะช่วยลดแรงกดดันไม่ให้ผู้ที่มีบัญชีสินเชื่อในระบบเลือกไปใช้บริการสินเชื่อนอกระบบในช่วงที่ต้องการเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพเสริม/เพิ่มเติม ในช่วงที่สถาบันการเงินระมัดระวังและเข้มงวดต่อการปล่อยสินเชื่อ
สำหรับเกณฑ์การปล่อยกู้ของธุรกิจนาโนไฟแนนซ์นั้นจะกำหนดให้สามารถปล่อยกู้ให้กับรายย่อยรายละไม่เกิน 100,000 บาท และสามารถคิดค่าธรรมเนียมรวมกับค่าปรับแล้วไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี โดยเกณฑ์การปล่อยกู้จะไม่อิงสลิปเงินเดือน จึงยืดหยุ่นสูงกว่าการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินทั่วไป
สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ 4 รายได้แก่ บ.เงินด่วนทันใจ จำกัด, บ.ไทยเอชแคปปิตอล จำกัด, บ.แมคคาเลกรุ๊พ จำกัด (มหาชน) และบ.สหไพบูลย์ (2558) จำกัด







